ในปัจจุบันโรค ไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ได้กลายเป็นเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพระดับโลก จากข้อมูลทางสุขภาพที่มีการเก็บสถิติจากหน่วยงานสาธารณสุขที่น่าเชื่อถือระบุว่า “ปัจจุบันวัยผู้ใหญ่ประมาณ 32% เป็นโรคไขมันพอกตับโดยที่ไม่ดื่มแอลกฮอล์ และพบในผู้ชาย 40% ส่วนผู้หญิง 26% ซึ่งวิธี ลดไขมันพอกตับ นั้น หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องยาก แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถลดไขมันพอกตับด้วยตนเองได้และยังเป็นการลดจากต้นเหตุที่ก่อให้เกิดไขมันพอกตับอีกด้วย
น้ำตาล คือ ศัตรูของตับ โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตส เมื่อรับประทานมากเกินไปสู่การสะสมของไขมันในตับ นอกจากนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบ และสร้างความเสียหายให้กับตับ นอกจากนี้ยังเพิ่มภาวะดื้อต่ออินซูลินทำให้เสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งการลดการกินน้ำตาลลงเพียง 30 วันจะลดโอกาสไขมันในตับได้อย่างมาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง เช่น น้ำผลไม้กล่อง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงอาหารพวกผลไม้เชื่อม และอาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
โปรตีน และกากใยอาหาร เป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพตับ โดยโปรตีนเป็นสารอาหารจำเป็นที่ช่วยลดความหิว และป้องกันการกินจุบจิบ ช่วยให้อิ่มนานแล้วเพิ่มพลังานให้กับร่างกาย ส่วนกากใย หรือไฟเบอร์จะช่วยเสริมสุขภาพลำไส้ ลดการดูดซึมไขมันและขับถ่ายได้ดี หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงแป้งขัดสี เช่น ข้าวขาว และขนมปังขัดขาว หันมารับประทานธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ รวมทั้งไขมันดีจากอะโวคาโด น้ำมันมะกอก และถั่ว เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆ ที่รวมทั้งการปรับโภชนาการและการดูแลตนเองอีกหลายหลายวิธี
อ่านต่อได้ที่ : ป้องกันไขมันพอกตับ ด้วยสารอาหารและวิตามินบำรุงตับจากธรรมชาติ
การอดอาหารเป็นช่วงๆ (Intermittent Fasting) หรือการทำ IF ที่หลายคนรู้จัก โดยเฉพาะการทำ 16/8 (อดอาหาร 16 ชั่วโมง กินอาหาร 8 ชั่วโมง) เป็นประโยชน์ต่อตับ วิธีการนี้กระตุ้นกระบวนการกำจัดเซลล์ที่เสียหาย ของร่างกาย ซึ่งช่วยเสริมสร้างสุขภาพของตับ แต่อย่างไรก็ตามการทำ IF อาจไม่เหมาะกับทุกคน ดังนั้นจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเริ่มอดอาหาร
การออกกำลังกาย เป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูภาวะไขมันพอกตับ ยิ่งทำคาร์ดิโอรวมกับเวทเทรนนิงไปด้วยจะส่งผลดีต่อสุขภาพ พยายามตั้งเป้าออกกำลังกายให้ได้อย่างละ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยมีการศึกษาในปี 2018 พบว่า “การออกกำลังกายทั้ง 2 แบบ ควบคู่กันจะช่วยลดปริมาณไขมันในตับ และเพิ่มการเผาผลาญกรดไขมันในตับ”
น้ำหนักที่เกินมาตรฐาน และโรคอ้วนนำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับได้ วิธีลดไขมันพอกตับที่มีประสิทธิภาพ คือ การลดน้ำหนัก เพราะเพียงลดน้ำหนักได้ 5-10% ของน้ำหนักตัวจะสามารถลดไขมันในตับได้อย่างมาก โดยมีงานวิจัยในต่างประเทศจำนวนมากระบุว่า “การลดน้ำหนักเพียงเล็กน้อยกับการทำงานของตับที่ดีขึ้น”
.
📌 สนใจข่าวสารสุขภาพเพิ่มเติมและสอบถามผู้เชี่ยวชาญของ 𝐌𝐄𝐆𝐀 𝐖𝐞 𝐜𝐚𝐫𝐞 ได้ที่ 𝐋𝐢𝐧𝐞@ : @𝐦𝐞𝐠𝐚𝐰𝐞𝐜𝐚𝐫𝐞 หรือ คลิก
วิตามินซี และฟ้าทะลายโจร2 สิ่งสำคัญของผู้ติดเชื้อ เมื่อต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้าน