ช่วงเวลาหลังตื่นนอนเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายเริ่มฟื้นฟูระบบการทำงานต่างๆ กิจวัตรที่เราทำในตอนเช้าจึงส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบหลอดเลือดและหัวใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด โรคหลอดเลือดสมอง ที่ร้ายแรงได้
หลังจากนอนหลับมาตลอดคืน ร่างกายจะอยู่ในภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ซึ่งส่งผลให้เลือดมีความหนืดมากขึ้น การดื่มน้ำหนึ่งแก้วทันทีที่ตื่นนอนจะช่วยลดความหนืดของเลือดและกระตุ้นการไหลเวียนให้ทำงานได้ดีขึ้น แม้จะยังไม่มีงานวิจัยที่เชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการดื่มน้ำกับโรคหลอดเลือดสมอง แต่ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition ชี้ให้เห็นว่า “ภาวะขาดน้ำสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองที่สูงขึ้น”
การยืดเหยียดร่างกายและการขยับตัวเบา ๆ ในตอนเช้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความฝืดของกล้ามเนื้อ และยังช่วยควบคุมความดันโลหิตในระยะยาวได้ ข้อมูลจาก American Heart Association แนะนำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพราะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ
มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เพราะช่วยเติมพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายหลังจากการอดอาหารมาตลอดคืน Journal of the American College of Cardiology ระบุว่า “คนที่อดอาหารเช้าจะมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้น” นอกจากนี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังเน้นย้ำถึงคุณภาพของอาหารเช้า การบริโภคอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิต อีกทั้งยังลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง
อ่านต่อ : 7 อาหารบำรุงหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหัวใจเเละหลอดเลือด
การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไปเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และวารสารทางการแพทย์ Circulation Journal ระบุอย่างชัดเจนว่า “การกินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ”
ความเครียดเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดและหัวใจ ข้อมูลจาก Harvard Health และงานวิจัย Mindfulness-based stress reduction พบว่า “การฝึกหายใจและทำสมาธิเพียงช่วงสั้นๆ ในตอนเช้าสามารถช่วยลดความดันโลหิตและลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้”
ช่วงเช้าเป็นช่วงที่ระดับความดันโลหิตมักจะสูงกว่าปกติ การวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้มีความเสี่ยงวัดความดันเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ดังนั้น เครื่องวัดความดันโลหิตจึงถือเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้านไว้
การสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อระบบหลอดเลือดอย่างร้ายแรง สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดบีบตัว หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งในตอนเช้าที่ระดับความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว การสูบบุหรี่จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้อย่างมาก
📌 สนใจข่าวสารสุขภาพเพิ่มเติมและสอบถามผู้เชี่ยวชาญของ 𝐌𝐄𝐆𝐀 𝐖𝐞 𝐜𝐚𝐫𝐞 ได้ที่ 𝐋𝐢𝐧𝐞@ : @𝐦𝐞𝐠𝐚𝐰𝐞𝐜𝐚𝐫𝐞 หรือ คลิก
วิตามินซี และฟ้าทะลายโจร2 สิ่งสำคัญของผู้ติดเชื้อ เมื่อต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้าน