โรคกระดูกพรุน เกิดจากอะไร ภัยเงียบที่ผู้สูงอายุต้องระวัง

ทั้งหมด

Key takeaway / Summary of topic answer

โรคกระดูกพรุน เป็นเสมือนภัยเงียบในผู้สูงอายุและหญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากมวลกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีอาการเตือน ซึ่งผลกระทบที่รุนแรงคือทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่ายแม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย เช่น การลื่นล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะติดเตียงหรือพิการ แนวทางป้องกันทำได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับแสงแดดเพื่อกระตุ้นวิตามินดี ร่วมกับการเสริมแหล่งสารอาหารแคลเซียม ควบคู่กับวิตามินดี 3 ซึ่งมีส่วนช่วยในการดูดซึมตามปกติของร่างกาย เสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงกระดูกแตกหัก

Table of Contents

    หากจะพูดถึงโรคทางกระดูกที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุคงหนีไม่พ้น โรคกระดูกพรุน ซึ่งผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนนั้นมีโอกาสเกิดกระดูกหักได้ง่ายกว่าคนทั่วไป และผู้ป่วยด้วยโรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัว ทำให้ไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น!! คำถามคือโรคกระดูกพรุนเกิดจากอะไร? ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนต้องดูแลตัวเองอย่างไร? ตาม MEGA We care ไปหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อม ๆ กัน

    โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร ?

    โรคกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของกระดูกและแคลเซียมในกระดูกนั้นเริ่มลดลงกว่าปกติ จึงส่งผลให้กระดูกมีความเปราะบางไม่สามารถรับน้ำหนักได้เหมือนเดิมซึ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้นเป็นปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรค โดยเฉพาะเมื่อมีอายุ 40+ ปี ฮอร์โมนที่สำคัญของร่างกายจะผลิตได้น้อยลง หรือที่เรียกว่าภาวะพร่องฮอร์โมน ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการสร้างกระดูกลดลง จนกระดูกบางลง กระดูกจึงเปราะ หรือหักได้ง่ายกว่าคนในช่วงวัยอื่น ๆ นอกจากการเสื่อมสลายของแคลเซียมที่เป็นไปตามวัยแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำเกิดภาวะกระดูกพรุนในกลุ่มผู้สูงวัยได้อีกด้วย ดังนี้

    1. ดื่มกาแฟเป็นประจำ
      เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟจะไปขวางการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย และเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ
    2. ไม่ชอบออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกาย
      จากสถิติพบว่าคนที่ไม่ชอบออกกำลังกายมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
    3. ดื่มสุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
      แอลกอฮอล์จะเข้าไปลดประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย ทำให้กระดูกเสื่อมได้เร็วขึ้น
    4. สูบบุหรี่เป็นประจำ
      สารพิษในบุหรี่ โดยเฉพาะนิโคติน (Nicotine) จะไปทำลายเซลล์ของมวลกระดูกให้บางลง
    5. ร่างกายขาดแร่ธาตุแคลเซียมหรือวิตามินดี
      สาเหตุหนึ่งของโรคกระดูกพรุน เกิดจากการขาดสารอาหารในร่างกายบางอย่าง โดยเฉพาะแคลเซียม (Calcium) และวิตามินดี รวมทั้งการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างมวลกระดูก
    6. หญิงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง
      ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะเริ่มลดลงจึงส่งให้มวลกระดูกเสื่อมลง โดยจากผลการสำรวจพบว่าเมื่อเข้าสู่วัยทองแล้วมวลกระดูกจะลดลงปีละ1-2%

    และเมื่อเป็นโรคกระดูกพรุน จะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุแย่ลง เพราะต้องทนกับอาการปวดหลัง หลังโก่งงอ เคลื่อนไหวได้ลำบาก ปอดทำงานได้ไม่ดีทำให้เหนื่อยง่าย หรือแม้แต่ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก ดังนั้นการดูแลรักษามวลกระดูกในผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และกระดูกหักได้ง่ายกว่าปกติ

    โรคกระดูกพรุน ป้องกันได้อย่างไร ?

    • ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดิน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก หรือการรำมวยจีน จะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง
    • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์
    • ออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าหรือตอนเย็น วันละ10-15 นาที จะช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีได้ดีขึ้น
    • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง เช่น นม ชีส ปลาตัวเล็ก และผักใบสีเขียวเข้ม

    และนอกเหนือจากโรคกระดูกพรุนด้วยการดูแลตัวเองที่ได้แนะนำไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุได้ด้วยการเสริมสารอาหารจากธรรมชาติสูตร StimuCal ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC), Vitamin D3 และ Vitamin K

    สารอาหารจากธรรมชาติสูตร StimuCal

    • Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC) เป็นสารอาหารจากธรรมชาติ 100% ที่สกัดได้จากกระดูกวัว มีส่วนประกอบของแคลเซียม โปรตีน และฟอสฟอรัสที่ช่วยสร้างความหนาแน่นของเนื้อกระดูก ช่วยป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • Vitamin D3 ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี และช่วยเสริมการสร้างของกระดูก
    • Vitamin K2 ช่วยสร้างความแข็งแรงให้มวลกระดูกจากการสร้างโปรตีนที่มีชื่อว่า ออสทีโอแคลซิน (Osteocalcin) ซึ่งจะทำงานร่วมกับ Vitamin D3 ในการเสริมความแข็งแรงให้กับกระดูก และยังลดการเกาะของแคลเซียมหรือหินปูนที่หลอดเลือดแดงที่ไปเกาะเนื้อเยื่อกระดูกได้ดีขึ้น
    และนอกจากโรคกระดูกพรุนที่เป็นภัยเงียบของผู้สูงอายุแล้ว อีกหนึ่งภัยเงียบที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชินคือ หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งเกิดจากการอักเสบของผนังหลอดเลือดหัวใจหรือความเสื่อมโดยธรรมชาติจึงทำให้เกิดคราบ “หินปูน” หรือ “แคลเซียม” มาเกาะบริเวณภายในหลอดเลือด เมื่อเกิดการเกาะแน่นเป็นเวลานาน จะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัว เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ซึ่งเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากภาวะอุดตัน ในบางรายหากมีอาการรุนแรงอาจเกิดอาการเส้นเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน ส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

    การดูแลตนเองของผู้สูงอายุ ป้องกันโรคกระดูกพรุน

    สำหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ สมองอุดตัน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน มักมีความเสี่ยงมากกว่าคนที่มีร่างกายปกติและสุขภาพแข็งแรง แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่ภาวะหินปูนเกาะหลอดเลือดสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเน้นอาหารประเภทโปรตีน ผัก ผลไม้ ธัญพืช ให้มากขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ รวมถึงตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง เป็นต้น นอกจากนี้การเสริมสารอาหารจากธรรมชาติสูตร StimuCal ที่ประกอบไปด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง Ossein-Hydroxyapatite Complex (OHC), Vitamin D3 และ Vitamin K2 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลดความเสี่ยงของภาวะหินปูนเกาะหลอดเลือดได้เช่นกัน

    อ่านต่อ : สูงวัย ทำไมต้องใส่ใจกระดูกและข้อมากกว่าเดิม

    แต่อย่างไรก็ตามเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงวัยและทุกคนในครอบครัว แนะนำว่าควรตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกทุกปี หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้กระดูกบางหรือกระดูกพรุน และที่สำคัญต้องเลือกกินอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงกระดูกในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และเหมาะสมกับสภาพร่างกาย ด้วยความห่วงใยจาก_ MEGA We care

    อ้างอิง

    -

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ข้อเสื่อม

    ข้อกระดูกเสื่อมหรือไม่ เช็คอาการได้ด้วยตนเอง

    ข้อเสื่อม

    เพิ่มความแข็งแรงให้ข้อเข่า ด้วย “ไฮโดรไลเซต คอลลาเจน ”

    กระดูกพรุน

    2 ตัวช่วยหมดปัญหากระดูกและข้อ