ไมเกรนเกิดจากอะไร ปวดตรงไหน และทำอย่างไรให้หาย

ไมเกรน
ไมเกรนเกิดจากอะไร ปวดตรงไหน

Key takeaway / Summary of topic answer

อาการปวดหัวไมเกรนที่มักปวดตุบ ๆ ข้างเดียว ร่วมกับอาการคลื่นไส้และไวต่อแสงหรือเสียง ไม่ได้มีสาเหตุจากความเครียดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวพันกับพันธุกรรมและความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง การรับมืออย่างมีประสิทธิภาพควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือการทานอาหารแปรรูป ควบคู่กับการประคบเย็นเมื่อมีอาการปวดเฉียบพลัน นอกจากนี้การเสริมแร่ธาตุสำคัญอย่าง “แมกนีเซียม” ยังมีส่วนช่วยควบคุมการยืดหดตัวของหลอดเลือด ซึ่งช่วยลดความถี่และบรรเทาความรุนแรงของอาการลงได้ ทั้งนี้ผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และช่วยให้คุณกลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีความสุขในทุกวัน

Table of Contents

    ปวดหัวไมเกรน เป็นภาวะทางระบบประสาทที่มีสาเหตุที่ซับซ้อนและสามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ แต่หากเราเข้าใจว่าสาเหตุของ ไมเกรนเกิดจากอะไร ปวดตำแหน่งไหน และมีอาการที่เฉพาะเจาะจงอย่างไร จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถจัดการกับอาการไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

    สาเหตุของ ไมเกรนเกิดจากอะไร

    ไมเกรน (Migraine) เป็นภาวะปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะ คือ อาการปวดรุนแรง และมักกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งแตกต่างจากการปวดศีรษะทั่วไปที่เกิดจากความตึงเครียด โดยส่วนใหญ่จะเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า หลายคนอาจไม่รู้ว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร เพราะสาเหตุที่แท้จริงนั้นมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาทในสมอง โดยหลักๆ แล้วเกิดจากหลากปัจจัย ได้แก่ 

    1. กรรมพันธุ์ ไมเกรนเป็นโรคที่มีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมสูง หากคนในครอบครัวโดยเฉพาะพ่อและแม่เป็นไมเกรน อาจมีโอกาสเป็นไมเกรนเพิ่มขึ้น 
    2. การทำงานของสารสื่อประสาทที่ไม่สมดุล เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระดับของสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะ เซโรโทนิน (Serotonin) ที่ทำหน้าที่ควบคุมความเจ็บปวดและการหดตัวของหลอดเลือด เมื่อระดับเซโรโทนินในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว อาจะนำไปสู่การขยายตัวของหลอดเลือดที่เยื่อหุ้มสมอง และกระตุ้นเส้นใยประสาทที่รับความรู้สึกเจ็บปวดได้ นอกจากนี้ ยังมีสาร CGRP (Calcitonin Gene-Related Peptide) ซึ่งเป็นโปรตีนที่หลั่งออกมาจากเส้นประสาทและเป็นสารที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดการอักเสบ 
    3. การถูกกระตุ้นจากปัจจัยอื่นๆ นอกจากปัจจัยภายในร่างกายแล้ว ไมเกรน ยังเกิดจากปัจจัยภายนอกที่เป็นจุดชนวนให้อาการปวดกำเริบได้ เช่น
    4. ความเครียด เป็นสิ่งกระตุ้นไมเกรนอันดับต้นๆ เมื่อร่างกายอยู่ภายใต้ความเครียด ระบบประสาทจะถูกกระตุ้นมาก จึงทำให้เกิดอาการปวดหัวได้
    5. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อาการมักสัมพันธ์กับรอบเดือน เนื่องจากการลดลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน
    6. การนอนหลับ การนอนน้อยเกินไปหรือนอนมากเกินไป รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเวลานอนอย่างกะทันหัน
    7. อาหาร การรับประทานอาหารที่มีสารไทรามีน ที่มักพบใน เนื้อสัตว์แปรรูป ของหมักดอง เบียร์ รวมไปถึงผงชูรส หรือคาเฟอีน ในปริมาณที่มากเกินไปหรือการหยุดบริโภคอย่างกะทันหันอาจส่งผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงเป็นตัวกระตุ้นอาการปวดไมเกรนได้ในบางคน

    ประเภทของอาการปวดหัวไมเกรน

    • กลุ่มที่มีอาการออร่า (แสดงอาการก่อนปวดหัว)
      เป็นกลุ่มประเภทของอาการไมเกรนที่การมองเห็นผิดปกติไปจากเดิม โดยแสดงผ่านอาการที่สังเกตได้ชัดเจน เช่น ตาพร่ามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว ภาพเบลอ หรือจะเห็นแสงระยิบระยับก่อนอาการปวดหัวตามในระยะเวลาต่อมา ซึ่งในทางการแพทย์เรียกประเภทของอาการปวดนี้ว่า Classic Migraine ซึ่งเป็นประเภทที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกและตีบได้มากกว่าคนปกติถึง 27% โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี
    • กลุ่มที่ไม่มีอาการออร่า (ไม่แสดงอาการก่อนปวดหัว)
      เป็นอาการไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือนใดๆ นำมาก่อน เป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็น 70-75% ของคนเป็นไมเกรน โดยจะเริ่มปวดหัวทันทีโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ความปวดมักเป็นแบบเต้นตุบๆ และมีความรุนแรงปานกลาง-รุนแรง

    ลักษณะของอาการปวดหัวไมเกรน ปวดตรงไหน

    อาการปวดที่เป็นลักษณะเฉพาะของไมเกรนที่แตกต่างจากอาการปวดหัวทั่วไป คือ ตำแหน่งและลักษณะของความปวด โดยไมเกรนมักมีลักษณะดังนี้

    • ปวดข้างเดียวของศีรษะ เป็นลักษณะเด่นของไมเกรน โดยความปวดมักเกิดที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งของศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นด้านซ้ายหรือขวา ประมาณ 60% ของผู้ป่วยปวดหัวข้างเดียว ในขณะที่ 40% อาจปวดทั้งสองข้างหรือสลับข้าง 
    • ตำแหน่งปวดหัวไมเกรนที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณขมับ หน้าผาก รอบดวงตา และด้านหลังศีรษะ
    • ลักษณะของความปวด จะเป็นแบบ ปวดตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ซึ่งเกิดจากการขยายตัวและหดตัวของหลอดเลือดในสมอง โดยระดับความปวดอาจมีความรุนแรงปานกลาง-รุนแรง และส่งผลกระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวันด้วย
    • การแพร่กระจายของความปวด อาจเริ่มจากจุดใดจุดหนึ่งแล้วกระจายไปยังบริเวณใกล้เคียง เช่น เริ่มที่ขมับแล้วลามไปที่หน้าผาก หรือลามไปยังด้านหลังศีรษะและลำคอ บางครั้งอาจรู้สึกปวดจนถึงบริเวณคาง ใบหน้า หรือกระดูกโหนกแก้ม
    • อาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหวร่างกาย ความปวดจากไมเกรนจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การลุกเดิน ขึ้นบันได หรือก้มหัว ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องการนอนพักในที่มืดและเงียบ

    อาการร่วมที่บ่งบอกว่าเป็น ปวดหัวไมเกรน

    นอกจากอาการ ปวดหัว แล้ว ไมเกรนยังมีอาการร่วมอื่นๆ ที่ช่วยให้แยกแยะว่าเป็นอาการปวดหัวไมเกรน ได้แก่

    • คลื่นไส้และอาเจียน เป็นอาการที่พบได้ถึง 80% ของผู้ป่วยไมเกรน บางรายอาจอาเจียนรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือยาได้ อาการนี้เกิดจากการกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมอง
    • ไวต่อแสง เสียง และกลิ่น คนที่เป็นไมเกรนจะไม่สามารถทนต่อแสงจ้า เสียงดัง หรือกลิ่นต่างๆ ได้ ทำให้ต้องการอยู่ในห้องมืดเงียบ อาการนี้พบได้ประมาณ 80-90% ของผู้ป่วย
    • หากเป็นไมเกรนแบบมีออร่า จะมีอาการแสดงนำมาก่อนอาการปวดหัว เช่น เห็นแสงวูบวาบ จุดสว่าง เส้นซิกแซก มองเห็นไม่ชัด ชาตามแขนขา หรือพูดไม่ชัด อาการเหล่านี้มักหายไปเมื่อเริ่มปวดหัว
    • ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย เกิดขึ้นได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังอาการปวดหัว โดยอาจรู้สึกเหนื่อยล้ามากผิดปกติ และต้องการพักผ่อนมาก
    • มีอาการเวียนศีรษะและมึนงง รู้สึกหมุนหรือเสียการทรงตัว บางรายอาจมีอาการมึนงง สับสน หรือจำอะไรไม่ได้ชั่วคราว
    • การเปลี่ยนแปลงอารมณ์และพฤติกรรม ก่อนเกิดอาการปวดหัว 1-2 วัน อาจมีอาการเปลี่ยนอารมณ์ง่าย หงุดหงิด กระวนกระวาย หรือซึมเศร้า บางรายอาจอยากรับประทานอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ หรือเกิดความกระหายน้ำผิดปกติ

    อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหัวอย่างน้อย 5 ครั้ง โดยแต่ละครั้งปวดนาน 4-72 ชั่วโมง และมีอาการประกอบอย่างน้อย 2 ข้อจาก 4 ข้อที่กล่าวมาอาจเข้าข่ายเป็นไมเกรน นอกจากนี้ ในบางรายอาจเกิดอาการหลายครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับคนที่มีอาการปวดหัวดังกล่าวเกิน 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันนาน 3 เดือนขึ้นไป อาจถือว่าเป็น ไมเกรนเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจังจากแพทย์

    ปวดหัวไมเกรนกับปวดหัวธรรมดา ต่างกันอย่างไร?

    เปรียบเทียบอาการ ปวดหัวไมเกรน

    ไมเกรนเกิดจากอะไร ทำแบบประเมินความเครียดด้วยตนเอง

    ไมเกรน ทำอย่างไรให้หาย วิธีบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน

    อาการปวดหัวไมเกรน ยิ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและจิตใจได้ ซึ่งวิธีแก้ไมเกรนนั้นจำเป็นต้องเลือกบรรเทาอาการปวดอย่างเหมาะสมและป้องกันไมเกรนไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ โดยสามารถทำได้ดังนี้

    1. การบรรเทาเมื่อมีอาการปวดเฉียบพลัน เพื่อบรรเทาอาการปวดหรือลดความรุนแรงสามารถเลือกใช้ยาบรรเทาอาการปวดแบบทั่วไป สำหรับไมเกรนที่มีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง แต่หากมีอาการปวดมากและปวดถี่ อาจเลือกยาบรรเทาอาการเฉพาะทาง อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้ยาพร่ำเพรื่อ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

    2. การใช้สารอาหารและแร่ธาตุจำเป็น 

    หลายคนอาจหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่า ไมเกรนเกิดจากอะไร แต่มีการศึกษาที่พบว่า ผู้ป่วยไมเกรนประมาณ 50% มีระดับ แมกนีเซียมในร่างกายต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการปวดหัว ดังนั้นการได้รับแมกนีเซียมอย่างเพียงพอจะช่วยควบคุมการหดตัวและขยายตัวของหลอดเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดไมเกรน โดยมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Neural Transmission พบว่า การเสริมแมกนีเซียมขนาด 600 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ สามารถลดความถี่ของการเกิดไมเกรนได้ถึง 41.6% เมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก

    อ่านต่อเพิ่มเติม : แมกนีเซียม Magnesium แร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นสำหรับร่างกาย

    3. ประคบเย็นหรือประคบอุ่น เมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรน สามารถใช้ผ้าประคบเย็นที่หน้าผากหรือท้ายทอยเพื่อช่วยบรรเทาปวดจากการอักเสบได้ หลังจากที่อาการปวดลดลงสามารถประคบอุ่นที่คอและไหล่ ความร้อนจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงตัวและเกร็งบริเวณคอและบ่าคลายตัวลง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณนั้น และลดการปวดที่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดได้ด้วยเช่นกัน

    4. การลดปัจจัยกระตุ้นไมเกรนและปรับพฤติกรรม 

    • นอนหลับให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ  เพราะการนอนน้อยเกินไปหรือมากเกินไปล้วนเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนได้
    • จัดการความเครียด เพราะความเครียดเป็นสิ่งกระตุ้นไมเกรนที่พบบ่อยที่สุด รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเลือกออกกำลังกายแบบแอโรบิกความเข้มข้นระดับปานกลาง เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่อ่อนเพลียง่าย
    • รับประทานอาหารธรรมชาติและสดใหม่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีแปรรูป อาหารรสจัด ของหมักดอง เบียร์ และคาเฟอีน หันมารับประทานผักใบเขียว ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดีและอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ถั่วและเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์นม ดาร์กช็อกโกแลต หรือเสริมด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแมกนีเซียม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและมีระดับแมกนีเซียมในร่างกายที่เพียงพอ
    • บันทึกอาการปวดไมเกรน การบันทึกเกี่ยวกับระยะเวลาที่ปวด ความรุนแรง ยาที่ใช้ และสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น อาหาร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือการนอนหลับ จะช่วยให้หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้ รวมถึงช่วยให้แพทย์สามารถระบุปัจจัยเสี่ยงและวางแผนการรักษาได้แม่นยำมากขึ้น

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ปวดหัวไมเกรน

    ไมเกรน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกช่วงอายุและทุกเพศ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงจะมีความเสี่ยงเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 2-3 เท่า ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงคนที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นไมเกรน คนที่มีความเครียดสูงและมีปัญหาการนอนหลับเป็นประจำ

    แมกนีเซียม แก้ไมเกรนได้จริงไหม?

    แมกนีเซียม เป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยป้องกันไมเกรนได้ โดยปริมาณที่แนะนำ คือ 400-600 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานหลังอาหาร หรือรับประทานร่วมกับวิตามินบี 1 และ บี 6 เพื่อช่วยในการดูดซึม บำรุงระบบประสาทและลดความเครียดได้

    ปวดหัวไมเกรนนานสุดกี่วัน หายเองได้ไหม?

    ระยะเวลาของอาการปวดหัวไมเกรนจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งอาการปวดไมเกรนสามารถบรรเทาและหายไปเองได้ แต่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาค่อนข้างนานและรู้สึกปวดมาก ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วอาการปวดหัวไมเกรนจะกินเวลาตั้งแต่ 4 ชั่วโมง ไปจนถึง 72 ชั่วโมง (3 วันเต็ม) หากไม่ได้ใช้ยาหรือใช้ยาแล้วไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องเข้ารับการรักษากับแพทย์ต่อไป

    อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาการ ปวดหัวไมเกรน ว่าเป็นโรคที่ก่อให้เกิดความทุพพลภาพในอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมรรถภาพร่างกาย การทำงาน และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ด้วยเหตุนี้ การเข้าใจสาเหตุว่า ไมเกรนเกิดอะไร จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถเลือกเสริมสารอาหารที่ช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของอาการไมเกรนได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

    อ้างอิง
    1. แนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัยและการรักษาปวดศีรษะไมเกรน.(2565).ชมรมศึกษาโรคปวดศีรษะ ภายใต้สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. https://neurothai.org/media/news_file/495-CPG-migraine-2565-20230104074752.pdf
    2. กีรติกร ว่องไววาณิชย์. ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
    3. Vitamins and Minerals for Migraine Prophylaxi. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9860208/
    4. Lisa A. Yablon and Alexander Mauskop. 2011. Magnesium in headache. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK507271/
    5. Magnesium. National Institutes of Health (NIH) - Office of Dietary Supplements. https://ods.od.nih.gov/factsheets/Magnesium-HealthProfessional/
    6. World Health Organization (WHO).2024.Migraine and other headache disorders. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/headache-disorders
    7. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18705538/ 

       

       

       

       

       

       

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ภาวะนอนไม่หลับ

    วาเลอเรียน สมุนไพรที่ช่วยให้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ

    ภาวะนอนไม่หลับ

    นอนไม่หลับ สมองไม่หยุดคิด แก้ไขอย่างไร

    ภาวะนอนไม่หลับ

    การนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพวัยสูงอายุ