เข้าใจสาเหตุ เด็กท้องผูก พร้อมวิธีแก้ปัญหาขับถ่ายยากของลูกน้อย

ทั้งหมด
สาเหตุ เด็กท้องผูก วิธีแก้ขับถ่ายยาก

สาเหตุเด็กท้องผูก พร้อมวิธีปรับอาหาร และพฤติกรรมการขับถ่าย

Key takeaway / Summary of topic answer

ท้องผูกในเด็กเกิดจากลำไส้บีบตัวช้าลงจนอุจจาระแข็งและขับถ่ายยาก สาเหตุที่พบบ่อยมาจากพฤติกรรมกลั้นอุจจาระ ซึ่งมักเกิดจากความกลัวเจ็บหลังเคยถ่ายอุจจาระแข็ง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อย รับประทานใยอาหารไม่เพียงพอ หรือดื่มนมมากเกินไป การดูแลเบื้องต้นทำได้โดยเพิ่มใยอาหารตามสูตร อายุ + 5 กรัมต่อวัน ให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน เสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ เช่น Lactobacillus acidophilus LA-5 และ Bifidobacterium lactis BB-12 ควบคู่กับพรีไบโอติก รวมถึงฝึกนิสัยขับถ่ายให้เป็นเวลาและออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม

Table of Contents

    ปัญหา เด็กท้องผูก หรือภาวะท้องผูกในเด็ก คือ อาการที่เด็กมีอุจจาระก้อนใหญ่ แข็ง แห้ง ขับถ่ายยาก และต้องใช้แรงเบ่งมากกว่าปกติ ส่งผลให้เด็กมักร้องไห้งอแงและต่อต้านเมื่อต้องขับถ่าย ในบางครั้งอาจถ่ายอุจจาระออกมาแล้วมีเลือดปน และขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปัญหาท้องผูกในเด็กเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพลำไส้ พัฒนาการของลูกน้อย ตลอดจนอารมณ์และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้

    การทำความเข้าใจถึง สาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาท้องผูก ของลูกน้อยอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยให้ลูกน้อยกลับมาขับถ่ายได้เป็นปกติและลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากภูมิคุ้มกันต่ำได้

    ปัญหา เด็กท้องผูกเกิดจากอะไร

    • ผิดปกติแต่กำเนิด อาจเกิดจากความผิดปกติของลำไส้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก โดยต้องได้รับการวินิจฉัยและดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
    • ปัญหาด้านจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล ความเครียด การถูกล่วงละเมิด หรือยาบางชนิดอาจทำให้เด็กท้องผูกและกลัวการขับถ่าย
    • ในทารกบางรายอาจมีอาการ แพ้โปรตีนนมวัว (Cow’s Milk Protein Allergy – CMPA) อาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ ในเด็กโตที่ดื่มนมมากเกินไปอาจทำให้รู้สึกอิ่มและรับประทานอาหารที่มีใยอาหารน้อยลง จนนำไปสู่ปัญหาท้องผูกได้เช่นกัน
    • เด็กเล็กตั้งแต่วัยทารกช่วงปลายไปจนถึงประมาณ 2 ขวบ มักมีความกลัวการขับถ่ายชัดเจนขึ้น หากเคยเจ็บจากการถ่ายอุจจาระแข็ง หรือมีแผลที่ทวารหนัก (Anal Fissure) จะส่งผลให้เด็กจำความรู้สึกเจ็บปวดนั้นได้ และพยายามกลั้นอุจจาระ ซึ่งแสดงออกได้หลายแบบ เช่น
      – ยืนเบ่ง แม้จะปวดอึแต่ไม่กล้านั่งถ่าย ยืนเบ่งจนตัวงอ
      – ร้องไห้ต่อต้าน ถ้าคุณพ่อคุณแม่พยายามจับนั่งโถชักโครกหรือกระโถนก็จะร้องไห้ ไม่ยอมขับถ่าย
      – เด็กบางคนจะแสดงความกลัวด้วยการแอบไปขับถ่ายในที่ลับตาคน เช่น ใต้โต๊ะ หรือตามมุมห้อง
    • พฤติกรรมการกลั้นอุจจาระ (Functional Constipation) สาเหตุของปัญหา เด็กท้องผูก ที่พบบ่อยถึง 90% โดยเฉพาะเด็กทารกช่วงปลายวัยและเด็กโต มักไม่มีความผิดปกติทางร่างกายใด ๆ แต่เป็นเพราะพฤติกรรมการกลั้นอุจจาระที่มีสาเหตุหลายประการ 
      – เด็กอาจรู้สึกว่ากลัวเจ็บ เพราะเคยมีประสบการณ์ถ่ายอุจจาระแข็งและเจ็บ จึงทำให้เกิดความกลัวฝังใจ
      – กลั้นอุจจาระ เพราะไม่มีเวลาเข้าห้องน้ำในเวลาเช้าเพราะต้องรีบไปโรงเรียน
      – รู้สึกไม่ชอบเข้าห้องน้ำที่โรงเรียน หรือห้องน้ำนอกบ้านที่ไม่คุ้นเคย

    เด็กท้องผูก อันตรายไหม

    ในเด็กเล็ก อาจเกิดพฤติกรรมกลัวการถ่ายอุจจาระ เพราะเจ็บทวารหนักจากถ่ายอุจจาระแข็ง เมื่อปวดอุจจาระจะพยายามกลั้น ร้องไห้กลัว ไม่กล้าเบ่งถ่าย จึงทำให้พบอาการเหล่านี้

    • ปวดท้อง แน่นท้อง เบื่ออาหาร จากอุจจาระปริมาณมากที่สะสมในลำไส้ใหญ่
    • อุจจาระเป็นก้อนแข็ง ถ่ายยาก มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ เหมือนขี้แพะ
    • อุจจาระเละเหมือนโคลนเล็ดติดกางเกง เพราะอุจจาระที่สะสมจนเต็มลำไส้ไหลผ่านทวารหนัก มักพบในเด็กวัยเรียนที่ท้องผูกเรื้อรัง 

    หากพ่อแม่สังเกตได้ว่าลูกมีความผิดปกติเหล่านี้ควรรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้นานๆ อาจทำให้อาการรุนแรง และเกิดอันตรายได้ เช่น เจ็บขณะขับถ่าย มีแผลรอบทวารหนัก ปวดท้องมาก หรือมีภาวะแทรกซ้อนได้

    วิธีแก้ท้องผูก สำหรับลูกน้อย

    การแก้ปัญหาท้องผูกในเด็ก แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ด้านโภชนาการและการปรับพฤติกรรมการขับถ่าย

    ปรับอาหาร เด็กท้องผูกรับประทานอะไรดี?

    1. ใยอาหาร

    จากการศึกษาพบว่า การได้รับใยอาหารน้อยสัมพันธ์กับภาวะท้องผูกได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาเด็กท้องผูก คือ การเพิ่มการรับประทานใยอาหาร เพื่อช่วยเพิ่มการบีบตัวของลำไส้ใหญ่และเพิ่มปริมาณน้ำในอุจจาระ ซึ่งจะต้องรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม โดยเด็กควรได้รับใยอาหารตามอายุและบวก 5 กรัม เช่น เด็กอายุ 5 ขวบ บวก 5 เท่ากับ หมายความว่า เด็กควรได้รับใยอาหารไม่น้อยกว่า 10 กรัมต่อวัน 

    อาหารที่มีกากใยอาหารสูง 

    • ผลไม้ที่มีเส้นใยสูง มีวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ลูกแพร มันฝรั่ง หรือลูกพรุนที่มีซอร์บิทอล ซึ่งเป็นยาระบายตามธรรมชาติ ทำให้ถ่ายอุจจาระคล่องขึ้น
    • ผลไม้ที่มีปริมาณน้ำเยอะ ช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น เช่น แตงโม ส้ม มะละกอ แก้วมังกร หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ 
    • ผักใบเขียว เช่น ผักโขม บรอกโคลี รวมถึงถั่วและธัญพืชต่างๆ

    โพรไบโอติก เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกที่รับประทานง่าย 

    2. ควรให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน

    โดยปกติแล้ว ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน (แก้วละ 250 มิลลิลิตร) หรือดื่มน้ำตามช่วงอายุที่ต้องการน้ำในแต่ละวัน

    ปริมาณน้ำดื่ม เด็กท้องผูก ที่ต้องการต่อวัน
    ขอบคุณข้อมูลจาก รศ.พญ.ธิติมา เงินมาก

    3. น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลซอร์บิทอล

    น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลซอร์บิทอล ได้แก่ น้ำลูกพรุน น้ำลูกแพร์ และน้ำแอปเปิล เนื่องจากมีคุณสมบัติคล้ายกับ lactulose เหมาะสำหรับเด็กเล็ก

    • เด็กที่อายุมากกว่า 4 – 8 เดือน แนะนำให้ดื่ม 60 – 120 มิลลิลิตรต่อวัน
    • เด็กอายุ 8 – 12 เดือน สามารถดื่มได้ถึง 180 มิลลิลิตรต่อวัน แต่ไม่จำเป็นต้องดื่มทุกวัน ประมาณเดือนละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอและไม่ควรที่จะให้ดื่มน้ำผลไม้ปริมาณมากเกินไป

    4. รับประทานโพรไบโอติกและพรีไบโอติก

    โพรไบโอติก เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานไดอย่างปกติ โดยจุลินทรีย์ชนิดดีจะใช้พรีไบโอติกเป็นอาหารเพื่อการเจริญเติบโตในลำไส้ของเรา ดังนั้นการรับประทานโพรไบโอติกและพรีไบโอติกควบคู่กันไปจึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ เด็กท้องผูก อาจได้รับการเสริมโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ เช่น Lactobacillus acidophilus LA-5 และ Bifidobacterium lactis BB-12 ที่มีส่วนช่วยให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ดีขึ้น ขับถ่ายคล่อง เพื่อให้ปลอดภัยต่อเด็กและเหมาะสมกับวัย รวมถึงควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกที่ไม่มีสารเติมแต่ง เช่น น้ำตาลสูงหรือสารกันเสีย 

    ปรับพฤติกรรมแก้ปัญหา เด็กท้องผูก ทำอย่างไรดี?

    1. ปรับการดื่มนม

    การให้เด็กดื่มนมมากเกินไปอาจมีส่วนทำให้ท้องผูกได้ โดยปริมาณนมที่เด็กควรรับประทานต่อวัน จะแบ่งตามช่วงวัย คือ

    • เด็กแรกเกิด – 6 เดือน ควรรับประทานนม 700 cc ต่อวัน
    • เด็กอายุ 7 – 12 เดือน ควรรับประทานนม 800 cc ต่อวัน

    นอกจากนี้ อาจพิจารณาลองเปลี่ยนนมผงที่ผ่านการย่อยแบบละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula) ซึ่งเป็นนมวัวที่ผ่านกระบวนการย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กในรูปของกรดอะมิโนและเปปไทด์ เพื่อให้สามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย และรวดเร็ว โดยให้ทดลองใช้เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อดูว่าอาการท้องผูกของลูกน้อยดีขึ้นหรือไม่ หากอาการยังไม่ดีขึ้นให้กลับมาดื่มนมตามเดิม อย่างไรก็ตามในกรณีที่เด็กไม่ได้แพ้นมวัว การเปลี่ยนนมมักไม่ช่วยทำให้อาการท้องผูกดีขึ้น

    2. ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา

    หนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้ลูกท้องผูก คือ การขับถ่ายไม่เป็นเวลา อั้นอุจจาระ คุณพ่อคุณแม่จึงควรฝึกนิสัยให้ลูกขับถ่ายเป็นประจำ ดังนี้

    • ให้ลูกนั่งขับถ่ายนานประมาณ 5 นาที ถ้าท้องผูกบ่อยให้นั่งในท่ายองๆ เพื่อให้มีแรงโน้มถ่วงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้น
    • ฝึกขับถ่าย วันละ 1-2 ครั้งหลังอาหารมื้อเช้าหรือมื้อเย็น 
    • เด็กวัยเรียนให้ฝึกเข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดอุจจาระ ไม่ควรอั้นไว้นานๆ

    3. แก้ไขปัญหาการกลั้นอุจจาระ

    พฤติกรรมการอั้นอุจาระของเด็กนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ หากเกิดจากประสบการณ์ความเจ็บปวดมากขณะขับถ่าย มีแผลที่ทวารหนัก เบื้องต้นอาจจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ยาระบายให้อุจาระนิ่มลงและลดความเจ็บปวดขณะขับถ่าย โดยรักษาควบคู่ไปกับการปรับโภชนาการและฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา แต่หากการอั้นอุจจาระเกิดจากความกังวลของเด็ก ขับถ่ายไม่เป็นเวลา คุณพ่อคุณแม่อาจต้องดูแลให้การขับถ่ายราบรื่นขึ้นในช่วงแรกก่อนฝึกนิสัยการขับถ่าย เช่น 

    • ให้ลูกนั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่น เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อ และลดความกังวล
    • คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยนวดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้องของลูกเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้เคลื่อนไหวโดยเริ่มจากบริเวณสะดือแล้ววนออก
    • ให้ลูกนอนหงาย แล้วยกขาขึ้น จับงอเข่าเหยียดออกเหมือนท่าปั่นจักรยาน

    เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลาย ลำไส้มีการเคลื่อนไหวและทำงานได้ดีขึ้นแล้วจะช่วยให้เด็กเริ่มกล้าที่จะขับถ่ายเองได้ จากนั้นเริ่มฝึกให้เด็กขับถ่ายเป็นเวลา เช่น ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียน เป็นต้น

    4. ออกกำลังกายเป็นประจำ 

    การออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ นอกจากจะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตสมวัยแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายอีกด้วย เช่น การวิ่งเล่นกลางแจ้ง ปั่นจักรยาน เต้น กระโดดเชือกหรือกระโดดบนแทรมโพลีน (Trampoline) การเล่นกีฬาประเภทต่างๆ หรือแม้แต่การเดินเล่นใกล้บ้าน จะช่วยให้ลำไส้ถูกกระตุ้นการและบีบตัวตามธรรมชาติ ทำให้กากอาหารเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ได้เร็วขึ้น และลดระยะเวลาที่อุจจาระจะอยู่ในลำไส้ใหญ่อันเป็นสาเหตุของอาการท้องผูกในเด็กนั่นเอง

    ปัญหา เด็กท้องผูก บางครั้งอาจดูไม่ร้ายแรงและหายเองได้ แต่สัญญาณของการท้องผูกอาจนำไปสู่ปัญหาท้องผูกเรื้อรังในอนาคตได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งการดูแลปัญหาเด็กท้องผูกนั้นพ่อแม่อาจต้องอาศัยความเข้าใจ ความอดทน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกขับถ่ายได้อย่างเป็นปกติ และลดปัญหาเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของลูกด้วย อ่านต่อ : ภูมิแพ้เรื้อรัง

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เด็กท้องผูก

    Q: ลูกท้องผูกแล้วไม่ยอมรับประทานอาหาร ทำอย่างไรดี?

    A: เมื่อลูกท้องผูกและไม่สบายตัว มักจะทำให้เบื่ออาหาร สิ่งสำคัญคือการแก้ไขปัญหาท้องผูกให้คลี่คลายก่อน โดยการเพิ่มใยอาหารและน้ำ พยายามให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกาย และสร้างกิจวัตรการขับถ่าย เมื่อระบบขับถ่ายดีขึ้น อาการเบื่ออาหารจะดีขึ้นตามลำดับ และไม่ควรกดดันเรื่องการกินมากเกินไป ควรให้ลูกได้กินในปริมาณที่พอเหมาะแต่เน้นคุณภาพของอาหาร

    Q : ควรให้น้ำลูกพรุนกับเด็กวัยไหน?

    A: ในเด็กทารกอายุ 6 เดือนขึ้นไป สามารถให้ได้ 1-2 ออนซ์ต่อวัน (ประมาณ 30-60 ml) ส่วนในเด็กโตขึ้นอยู่กับอายุและอาการ อาจเพิ่มปริมาณได้เล็กน้อย แต่ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะน้ำลูกพรุนมีน้ำตาลธรรมชาติสูง อาจทำให้ท้องเสียหรือติดรสหวานได้ ควรเจือจางด้วยน้ำเปล่าก่อนให้ลูกดื่มเสมอ

    Q : โพรไบโอติกแก้ท้องผูกได้ไหม?

    A: โพรไบโอติกจะเข้าไปเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ดี ช่วยปรับสมดุลของไมโครไบโอมในลำไส้ให้เหมาะสม ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กัยสายพันธุ์เฉพาะและปริมาณที่เหมาะสม โดยควรรับประทานควบคู่กับพรีไบโอติก ใยอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอจะได้ประโยชน์ในระยะยาว

    หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลหรือไม่แน่ใจ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม
    หรือสอบถามกับผู้เชี่ยวชาญของ MEGA We care คลิกที่นี่

    อ้างอิง
    1. เสกสิต โอสถากุล.(2566).การดูแลและป้องกันโรคท้องผูกในเด็ก. สมาคมกุมารเวชศาสตร์ทางเดินอาหาร และดับแห่งประเทศไทย. https://pthaigastro.org/Document/Page_ED4.pdf
    2. ธิติมา เงินมาก.อาหารสำหรับเด็กท้องผูก (Foods for constipation).https://www.pthaigastro.org/Document/foodsforconstipation12.pdf
    3. เสกสิต โอสถากุล. ท้องผูกในเด็ก : ปัญหาที่พบบ่อยแต่ไม่ธรรมดา. ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
    4. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. .https://www.pthaigastro.org/Document/rf0qed550cxcpq45jtxtsn45constipaion.pdf
    5. ชนิกา รัชตวาสน์. ภาวะท้องผูกในเด็ก. โรงพยาบาลศิครินทร์ กรุงเทพ. https://www.sikarin.com/health/ท้องผูกในเด็ก-เรื่อง-ไม
    6. ฐานข้อมูล MEGA We care

     

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ล้างพิษ

    โพรไบโอติก (Probiotic) มิตรแท้ระบบทางเดินอาหาร

    ระบบย่อยอาหาร

    ‘โปรไบโอติกส์’ (Probiotics) จุลินทรีย์ชนิดดีกับการช่วยเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรค

    ทั้งหมด

    'ท้องอืด' บรรเทาด้วย 3 สมุนไพรจากธรรมชาติ