เห็นจุดดำในตาลอยไปมา เกิดจากอะไร ? รู้ทันก่อนกระทบการมองเห็น

วุ้นในตาเสื่อม
สาเหตุและอาการ วุ้นในตาเสื่อม

Key takeaway / Summary of topic answer

วุ้นในตาเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยมักแสดงอาการเป็นหยากไย่ในตา จุดดำในตา หรือการที่ตาเห็นเป็นเส้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น เห็นแสงวาบหรือมีเงาม่านบัง ควรรีบพบแพทย์ทันที ในขณะที่จอประสาทตาเสื่อมมีสาเหตุจากอายุ พฤติกรรม และโรคประจำตัว การดูแลดวงตาทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน เช่น พักสายตา เลือกอาหารที่ดีต่อดวงตา และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมและคงคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว

Table of Contents

    เคยหรือไม่ เวลามองท้องฟ้า กำแพงสีขาว หรือพื้นสีอ่อน แล้วเห็นเป็นเงาเล็ก ๆ ลอยไปมา บางคนอาจเห็นเป็นจุดดำในตา หรือบางคนเห็นเป็นเส้นคล้ายใยแมงมุม จนอดกังวลไม่ได้ว่าอาจเป็นภาวะวุ้นในตาเสื่อม (Vitreous Degeneration) หรือเกี่ยวข้องกับปัญหาที่จอประสาทตาได้ อาการแบบนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น หรือมีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างร่วมด้วย เช่น สายตาสั้นมาก เคยผ่าตัดตา หรือมีโรคประจำตัวบางชนิดที่กระทบดวงตา 

    วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักสาเหตุ อาการที่ควรเฝ้าสังเกต และวิธีดูแลดวงตาแบบเข้าใจง่าย พร้อมเผยความต่างระหว่างภาวะวุ้นในตาเสื่อมกับจอประสาทตาเสื่อม (Macular Degeneration) เพราะแม้สองภาวะนี้มักถูกพูดถึงคู่กัน แต่อันที่จริงไม่ใช่โรคเดียวกัน และระดับความเสี่ยงก็ไม่เหมือนกัน

    วุ้นในตาเสื่อมกับจอประสาทตาเสื่อม เหมือนกันไหม ?

    ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า วุ้นในตาเสื่อม มักหมายถึงภาวะที่วุ้นตาซึ่งมีลักษณะเป็นเจลใสภายในลูกตา เริ่มเปลี่ยนสภาพตามวัย จนเกิดตะกอนหรือเส้นใยเล็ก ๆ ลอยอยู่ข้างใน ทำให้เราเห็นเป็นหยากไย่ในตาหรือจุดดําในตาลอยไปมา เรียกว่า ภาวะ PVD (Posterior Vitreous Detachment) หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ 

    ส่วนภาวะจอประสาทตาเสื่อม เป็นโรคที่เกิดที่บริเวณจุดรับภาพชัดของจอประสาทตา และมักส่งผลต่อการมองเห็นตรงกลางภาพมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม ที่หลายคนสับสนก็เพราะอาการของวุ้นในตาเสื่อมบางครั้งอาจเกิดร่วมกับภาวะที่จอประสาทตาถูกดึงรั้ง ฉีกขาด หรือหลุดลอกได้ หากมีอาการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เช่น เห็นแสงวาบ จุดดำเพิ่มมากขึ้น หรือมีเงาคล้ายม่านบังสายตา ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตรายของจอประสาทตา

    วุ้นในตาเสื่อม สาเหตุเกิดจากอะไร ?

    สาเหตุที่ทำให้วุ้นในตาเสื่อมอาจเกิดจากปัจจัยต่อไปนี้

    การจ้องจอนานเกินไป

    แสงสีฟ้าจากหน้าจอ เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดจอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ ยังเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดภาวะวุ้นในตาเสื่อมได้ เพราะการใช้สายตาเพ่งอยู่กับหน้าจอ จะทำให้กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก ยิ่งจ้องหน้าจอบ่อย ๆ หรือจ้องจอเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวุ้นในตาเสื่อมก่อนวัยได้

    อายุที่เพิ่มมากขึ้น

    อายุที่เพิ่มมากขึ้น คือหนึ่งในสาเหตุของการเกิดภาวะวุ้นในตาเสื่อมที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากอายุที่มากขึ้นจะทำให้ทุกส่วนของร่างกายเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติ รวมถึงดวงตาด้วย เมื่อวุ้นตาเกิดการเสื่อมสภาพจะกลายเป็นน้ำและส่งผลให้วุ้นตาจับตัวกันเป็นก้อน ทำให้ส่วนที่ใส ๆ เกิดเป็นฝ้าหรือเป็นจุดดำ จนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมองเห็นได้

    สายตาสั้นมาก

    ผู้ที่มีสายตาสั้นตั้งแต่ 400 ขึ้นไป ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวุ้นในตาเสื่อมก่อนวัยได้ และจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่าคนสายตาปกติ เนื่องจากโครงสร้างดวงตาของคนสายตาสั้นนั้นอ่อนแอกว่าคนสายตาปกติ ทำให้บางรายจะเริ่มมีภาวะวุ้นในตาเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อย

    ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน

    วุ้นในตาเสื่อม เป็นหนึ่งในภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานมีค่าน้ำตาลในเลือดสูงกว่าคนทั่วไป ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดบริเวณจอตาได้ง่ายกว่า จนร่างกายจึงต้องสร้างเส้นเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทนแต่เป็นเส้นเลือดที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เลือดหรือสารน้ำอื่น ๆ อาจจะรั่วเข้าสู่จอตา ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วขึ้นจนดวงตาเกิดความเสียหายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า เบาหวานขึ้นตา

    ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดดวงตา

    เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะวุ้นในตาเสื่อม เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดดวงตาเนื่องจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดต้อกระจกที่มีการเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม อาจไปเพิ่มโอกาสให้วุ้นในตาหลุดลอกและส่งผลต่อการมองเห็นได้

    อาการของคนเป็น วุ้นในตาเสื่อม

    วิธีบำรุงดวงตาและการดูแลสุขภาพดวงตา

    ปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม ลดภาระการทำงานของดวงตา

    เมื่อต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือเป็นเวลานาน ๆ ควรปรับแสงหน้าจอให้สว่างพอดีและสบายตา ไม่จ้าหรือมืดเกินไปจนทำให้สายตาต้องใช้งานหนัก รวมถึงใช้แผ่นกรองแสงบริเวณหน้าจอหรือสวมแว่นตากรองแสงสีฟ้า

    พักสายตาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยกฎ 20-20-20

    ไม่ควรใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ ตามกฎ 20-20-20 คือ พักสายตาทุก 20 นาที โดยมองออกไปไกล 20 เมตรเป็นเวลา 20 วินาที

    หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงโรคตา

    หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ เพราะเป็นอีกปัจจัยที่ทำลายสุขภาพดวงตา ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม ภาวะวุ้นในตาเสื่อม และโรคตาอื่น ๆ ด้วย

    ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพื่อป้องกันและชะลอความเสื่อม

    เข้ารับการตรวจตาพร้อมกับวัดสายตาอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางดวงตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อมจากอายุ ภาวะวุ้นในตาเสื่อม เพื่อเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายและชะลอความเสื่อมของสายตาได้

    ดูแลความชุ่มชื้นของดวงตา ลดอาการแห้ง เคือง และล้า

    อาการตาแห้งเกิดจากน้ำในตาไม่เพียงพอ ควรรักษาความชุ่มชื้นของดวงตาด้วยการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หากรู้สึกว่าตาแห้ง ไม่สบายตา อาจใช้น้ำตาเทียมที่ได้มาตรฐานหยอดลงบนดวงตาเพื่อเคลือบผิวตาให้ชุ่มชื้น รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ตาแห้งง่าย เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานโดยไม่พักสายตา การอยู่ในห้องแอร์นาน ๆ การขยี้ตาบ่อย ๆ หรือการใส่คอนแท็กเลนส์ต่อเนื่องโดยไม่ดูแลอย่างเหมาะสม

    เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อเสริมการทำงานของดวงตา

    รับประทานอาหารให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้การทำงานของดวงตาเป็นไปตามปกติและมีส่วนช่วยป้องกันภาวะสายตาเสื่อม เช่น บิลเบอร์รี่สกัด ลูทีน เบต้าแคโรทีน แอสต้าแซนทีน รวมถึงสารอาหารที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดวงตาอย่างน้ำมันปลา และวิตามินบำรุงสายตา เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ในปริมาณที่เพียงพอด้วยเช่นกัน

    ภาวะวุ้นในตาเสื่อมและอาการอย่างหยากไย่ในตา หรือจุดดำในตา อาจดูเป็นเรื่องเล็กในช่วงแรก แต่ก็เป็นสัญญาณที่บอกให้เราหันมาใส่ใจสุขภาพดวงตามากขึ้น ขณะเดียวกัน ภาวะที่เกี่ยวข้องกับจอประสาทตาก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่สังเกต อาจกระทบการมองเห็นในระยะยาวได้

    หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ดวงตา แต่ครอบคลุมถึงไลฟ์สไตล์โดยรวม สามารถติดตามบทความสุขภาพและสาระน่ารู้ รวมถึงเทรนด์การดูแลตัวเองดี ๆ ได้ที่ MEGA We care ที่พร้อมเป็นอีกหนึ่งแหล่งข้อมูลเพื่อช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างใส่ใจสุขภาพมากขึ้นในทุกวัน

    เห็นหยากไย่ในตาตลอดเวลา จะหายเองได้ไหม ?

    ในหลายกรณี อาการหยากไย่ในตาอาจไม่หายไปทั้งหมด แต่สมองจะค่อย ๆ ปรับตัวจนรู้สึกรบกวนน้อยลง อย่างไรก็ตาม หากอาการเพิ่มขึ้นหรือรบกวนการมองเห็นมาก ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินความผิดปกติเพิ่มเติม

    วุ้นในตาเสื่อมต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่ ?

    ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในทุกกรณี ส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการที่สามารถติดตามได้ หากไม่ได้กระทบต่อการใช้ชีวิตหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์มักแนะนำให้สังเกตอาการ แต่ในบางกรณีที่รุนแรงจึงจะพิจารณาการรักษาเฉพาะทาง

    ถ้าเห็นจุดดำในตาเฉพาะตอนมองที่สว่าง ถือว่าปกติไหม ?

    อาการเห็นจุดดำหรือเงาลอย มักจะชัดขึ้นเมื่อมองพื้นหลังสีอ่อนหรือบริเวณที่มีแสงมาก ซึ่งสามารถพบได้ในภาวะวุ้นในตาเสื่อมทั่วไป แต่หากจำนวนจุดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีอาการอื่นร่วม ควรรีบพบแพทย์

    วุ้นในตาเสื่อมกับจอประสาทตาเสื่อมสามารถเกิดพร้อมกันได้ไหม ?

    สามารถเกิดร่วมกันได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น สายตาสั้นมาก หรือมีโรคประจำตัว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองภาวะเป็นคนละส่วนของดวงตา จึงต้องให้จักษุแพทย์วินิจฉัยแยกอย่างชัดเจน

    ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ควรตรวจตาบ่อยแค่ไหน?

    ควรตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดัน หรือสายตาสั้นมาก เพื่อคัดกรองทั้งวุ้นในตาเสื่อมและจอประสาทตาเสื่อมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    อ้างอิง
    1. ภาวะวุ้นตาเสื่อม ดูแลได้. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/vitreous-degeneration.
    2. วุ้นตาเสื่อม ภัยเงียบทำร้ายดวงตา. https://www.bangkokhospital.com/content/vitreous-degeneration.
    3. วุ้นตาเสื่อม ภาวะเสี่ยงอันตรายของการมองเห็น. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/วุ้นตาเสื่อม-ภาวะเสี่ยง/.
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ตาแห้ง ตาล้า (CVS)

    โรคตา 4 โรคที่คนทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องระวัง!

    ตาแห้ง ตาล้า (CVS)

    ตาล้า ปวดกระบอกตา … ดูแลด้วย ลูทีนและแอสตาแซนธิน

    จอประสาทตาเสื่อม

    ตาแห้ง ตาล้า จอประสาทตาเสื่อม 3 ภัยสุขภาพดวงตาของคนไทยยุคนี้