Search

ไบโอติน (Biotin) คืออะไร มีประโยชน์ต่อการบำรุงเส้นผมอย่างไร

ไบโอติน (Biotin) ประโยชน์

หลายคนอาจคุ้นเคยกับวิตามินที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงผมอย่าง ไบโอติน (Biotin) เพราะมักเป็นส่วนผสมที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น แชมพู ครีมนวด ทรีทเมนต์ เซรั่มบำรุงผม หรือแฮร์โทนิคต่างๆ โดยทั่วไปไบโอตินมักถูกนำมาใช้งานภายนอก แต่ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถได้รับไบโอตินจากแหล่งอาหารที่มีประโยชน์ ซึ่งจะช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงจากภายในและยังช่วยให้โครงสร้างเส้นผมแข็งแรง ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายอีกด้วย 

ไบโอติน (Biotin) คืออะไร?

ไบโอติน (Biotin) คือ วิตามินละลายน้ำชนิดหนึ่งในกลุ่มของวิตามินบี หรือที่เรียกว่า วิตามินบี 7 (Vitamin B7) หรือ วิตามินเอช (Vitamin H) ซึ่งเป็นความสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์  ระบบเผาผลาญอาหาร และการเสริมสร้างเคราติน (Keratin) ที่เป็นโครงสร้างของเส้นผม เล็บ และผิวหนัง หากร่างกายขาดไบโอตินอาจทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น ผมร่วงเยอะมากกว่าปกติ ผมบางลง ผมหงอกก่อนวัย ผิวแห้ง เล็บเปราะหักง่าย เป็นต้น

หน้าที่สำคัญของ ไบโอติน (Biotin)

วิตามินบี 7 วิตามิน H หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ไบโอติน (Biotin) ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ (Co-enzyme) หรือตัวร่วมเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ ดังนี้

  1. เป็นโคเอนไซม์ในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (Fat Metabolism) ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีและร่างกายนำกรดไขมันไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น
  2. เป็นโคเอนไซม์ในกระบวนการสร้างสารไพริมิดีน (Pyrimidine) ที่ใช้ในการสร้างกรดนิวคลิอิก หรือสารทางพันธุกรรมอย่าง DNA และ RNA
  3. เป็นสารตั้งต้นในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่และการแบ่งเซลล์ โดยเฉพาะในเซลล์เส้นผม เล็บ ผิวหนัง กล้ามเนื้อและระบบประสาท หากร่างกายขาดไบโอตินอาจส่งผลให้เกิดความบกพร่องได้อย่างชัดเจน เช่น ภาวะผมร่วง ภาวะผิวอักเสบ เปราะบาง เล็บเปราะแตก รวมถึงส่งผลต่อทารกในครรภ์อีกด้วย 

การขาดไบโอติน แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้น้อย แต่สามารถสังเกตอาการของภาวะนี้ได้ เช่น ผมบางจากการที่ผมร่วงเยอะมากกว่าปกติ ผิวอักเสบ มีผื่นแดงรอบดวงตา จมูก และปาก หรือโรคเบาหวานที่ส่งผ

ประโยชน์ของไบโอติน (Biotin) 

เนื่องจากไบโอตินเป็นโคเอนไซม์ (Co-enzyme) ชนิดหนึ่งที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะ เส้นผม เล็บ และผิวหนัง รวมถึงกระบวนการทางชีวเคมีในร่างกาย โดยเป็นสารตั้งต้นในกระบวนการสร้างเซลล์ใหม่และการแบ่งเซลล์ จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านต่างๆ ดังนี้

1. ประโยชน์ต่อระบบเผาผลาญ

ไบโอตินมีประโยชน์ในการช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น โดยจะช่วยให้การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นกลูโคสและใช้เป็นพลังงานของร่างกาย รวมถึงช่วยให้ร่างกายสามารถนำไขมันมาใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น และยังเป็นสารตั้งต้นของสารสำคัญในร่างกายอื่นๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย

2. ประโยชน์ต่อสุขภาพ

หากร่างกายขาดสารอาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ผมร่วงมากกว่าปกติ มีผื่นขึ้นรอบๆ ดวงตา จมูก และปาก อาจสันนิษฐานได้ว่ากำลังมีภาวะขาดไบโอติน ถึงแม้ว่าจะพบภาวะนี้ได้น้อยเพราะร่างกายสามารถสร้างไบโอตินขึ้นเองได้
และได้รับจากการรับประทานอาหารอย่างเพียงพอ แต่ในกรณีคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือคุณแม่ที่มีภาวะผมร่วงหลังคลอดควรได้รับไบโอตินในปริมาณที่มากขึ้น รวมถึงผู้ที่ต้องการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม ควรรับประทานอาหารที่มีไบโอติน
อย่างเพียงพอด้วย

3. ประโยชน์ต่อการบำรุงเส้นผม 

ไบโอตินเป็นวิตามินสำคัญในการบำรุงเส้นผมที่ร่างกายได้รับจากอาหารที่รับประทานและวิตามินในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งไบโอตินเป็นสารตั้งต้นที่ช่วยให้เคราตินซึ่งเป็นโครงสร้างของเส้นผมแข็งแรงขึ้น เมื่อโครงสร้างผมแข็งแรงจึงทำให้ผมร่วงหรือผมเปราะขาดลดน้อยลง ทั้งนี้ควรพิจาณาปัจจัยอื่นที่เป็นสาเหตุของผมร่วงด้วย เช่น การใช้ความร้อนกับเส้นผม การทำสีและใช้สารเคมี การรับประทานยาบางชนิดและโรคประจำตัว เป็นต้น 

อ่านต่อ : ผมร่วง เกิดจากอะไร มีวิธีแก้อย่างไรบ้าง

ประโยชน์ของ ไบโอติน (Biotin) 

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยไบโอติน (Biotin) 

โดยปกติแล้วคนเราได้รับไบโอตินในแต่ละวันประมาณ 100-150 ไมโครกรัม จากการสังเคราะห์แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่และได้จากการรับประทานอาหาร ซึ่งไบโอตินสามารถพบได้ในอาหารหลากหลายประเภท แต่จะมีปริมาณน้อยกว่าวิตามินละลายน้ำชนิดอื่น โดยอาหารที่พบไบโอตินมากที่สุด ได้แก่ 

  • ประเภทเครื่องในสัตว์ เช่น ตับไก่ ตับวัว
  • ประเภทนม เช่น เนยแข็ง
  • ประเภทผักและผลไม้ เช่นอัลมอนด์ วอลนัท เห็ด อะโวคาโด กล้วยหอม
  • ประเภทอื่นๆ ได้แก่ ยีสต์ ไข่แดง

การบำรุงผม ป้องกันผมร่วงด้วย ไบโอติน (Biotin) 

การเลือกรับประทานไบโอตินเสริมในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงเส้นผม แนะนำให้รับประทาน 600-2,400 ไมโครกรัม ส่วนในกรณีที่ผมขาดร่วงมาก ตามงานวิจัยควรได้รับไบโอติน 2,500-3,000 ไมโครกรัม ต่อวัน ร่วมกับแร่ธาตุสังกะสี อย่างน้อย 15 มิลลิกรัมต่อวัน กยังไม่มีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อร่างกาย เนื่องจากไบโอตินไม่เกิดการสะสมที่เนื้อเยื่อชั้นไขมันจึงสามารถขับออกได้ทางปัสสาวะและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ การรับประทานไบโอตินเพื่อการบำรุงผมยังสามารถรับประทานร่วมกับวิตามินและแร่ธาตุชนิดอื่น เช่น แร่ธาตุสังกะสี เหล็ก วิตามินบี6 และวิตามินซี ที่จะช่วยให้การเจริญเติบโตของเส้นผมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานไบโอตินเพื่อเสริมอาหารและการบำรุงผมให้แข็งแรง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนรับประทาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเหมาะหรือหากต้องการลดการขาดร่วงของเส้นผม นอกจากการรับประทานไบโอตินที่พร้อมด้วยแร่ธาตุสังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินบี 6 เสริมแล้วอาจเลือกใช้ Hair Tonic หรือสเปรย์ที่ช่วยบำรุงผมจากภายนอกร่วมด้วย รวมถึงรักษาความสะอาดของหนังศีรษะและสุขภาพเส้นผมอยู่เสมอ เพื่อให้สุขภาพหนังศีรษะสะอาดและผมดูสวยสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง
  1. https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/wp-content/uploads/2019/06/รักษาผมร่วง-ระงับผมหงอกก่อนวัย-ด้วยไบโอตินได้จริงหรือ.pdf
  2. https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2224/vitamin-h-biotin
  3. https://www.scimath.org/article-chemistry/item/8493
  4. hhttps://www.fascino.co.th/article/post/biotin
  5. https://www.pobpad.com/ไบโอติน-บำรุงผม-ผิว-เล็บ
  6. https://hdmall.co.th/pharmacies-chat/biotin
อัลบั้มภาพ

ข่าวสุขภาพอื่นๆ

ผมร่วง

ลดความอ้วนผิดวิธี ต้นเหตุผมร่วง ผมบาง

ผมร่วง

ระวังผมร่วง ผมบาง เพราะอาหารที่กินทุกวัน

ผมร่วง

ปัญหาผมร่วงหลังคลอดที่คุณแม่มือใหม่ต้องเจอ