ท่อน้ำนมอุดตันกับสาเหตุ อาการ และวิธีแก้สำหรับคุณแม่ให้นมบุตร
Key takeaway / Summary of topic answer ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน เกิดจากการระบายน้ำนมออกไม่หมดจนเกิดการคั่งค้าง ส่งผลให้คุณแม่มีอาการคัดเต้า นมเป็นก้อนแข็ง และปั๊มนมไม่ออก ซึ่งหากปล่อยไว้อาจลุกลามเป็นเต้านมอักเสบได้ แนวทางแก้ไขและป้องกันสามารถทำได้โดยการให้นมลูกบ่อยขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ประคบอุ่นก่อนปั๊มนม นวดเคล้นเต้านมอย่างถูกวิธีเพื่อระบายน้ำนมที่ค้างอยู่ รวมถึงการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารโดยลดของมัน ของทอด และอาจเสริมสารอาหารกลุ่มเลซิตินเพื่อช่วยลดความข้นหนืดของน้ำนม ทำให้ไขมันไม่จับตัวเป็นก้อนและไหลเวียนได้สะดวกยิ่งขึ้น
ท่อน้ำนมอุดตัน เป็นภาวะที่น้ำนมไม่สามารถไหลผ่านท่อน้ำนมในเต้านมได้อย่างสะดวก ทำให้เกิดการคั่งค้างของน้ำนมภายในเต้าและอุดตันได้ ทำให้เกิดอาการ คัดเต้า เจ็บเต้า เป็นก้อนแข็ง และอาจพบจุดสีขาวบริเวณหัวนมหรือ White Dot หรือร่วมด้วย หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจนำไปสู่การอักเสบและติดเชื้อได้ บทความนี้ MEGA We care มีวิธีสังเกตตนเองและวิธีรับมือภาวะท่อน้ำนมอุดตันเบื้องต้น พร้อมแนะนำสารอาหารและวิตามินสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่ให้นมบุตรได้ดีขึ้น
ท่อน้ำนมอุดตัน คืออะไร?
ภาวะ ท่อน้ำนมอุดตัน หรือในทางการแพทย์เรียกว่า “Plugged Milk Duct” หรือ “Blocked Milk Duct” เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อท่อน้ำนมในเต้านมของคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตรถูกอุดตันและน้ำนมไม่สามารถไหลผ่านได้อย่างปกติ ซึ่งท่อน้ำนมนั้นเรียกได้ว่าเป็นทางเดินของ น้ำนม จากต่อมน้ำนมไปยังหัวนม เมื่อท่อน้ำนมอุดตัน จะทำให้น้ำนมจะไม่สามารถไหลออกมาได้ ทำให้เกิดการสะสมของน้ำนม คัดเต้า เป็นก้อน ปั๊มไม่ออก นั่นเอง
ภาวะนี้จะแตกต่างจากอาการ เต้านมอักเสบ (Mastitis) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อที่เต้านม แต่ท่อน้ำนมอุดตันมักเป็นการอุดตันโดยไม่มีการติดเชื้อเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมทำให้เต้าแข็งเป็นก้อน มีอาการปวดเจ็บและพัฒนาเป็นเต้านมอักเสบตามมาได้
สาเหตุหลักที่ทำให้ ท่อน้ำนมอุดตัน
ปัญหา ท่อน้ำนมอุดตัน สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการระบายน้ำนมที่ไม่สมบูรณ์ ได้แก่
การระบายน้ำนมไม่หมดและการข้ามมื้อให้นม ท่อน้ำนมอุดตัน มักเกิดขึ้นตามมาหลังจากให้นมบุตรแล้วแต่น้ำนมยังไม่เกลี้ยง รวมถึงการข้ามมื้อให้นม เมื่อคุณแม่เว้นระยะเวลาให้นมนานเกินไปหรือลูกดูดนมไม่หมด จะทำให้น้ำนมคั่งค้างในเต้าและเกิดการอุดตัน
ปริมาณน้ำนมมากเกินไป คุณแม่บางท่านอาจมีการผลิตน้ำนมมากเกินความต้องการของทารก จึงทำให้มีน้ำนมเหลือคั่งค้างในท่อน้ำนม เมื่อไม่สามารถระบายออกมาได้หมดจึงกลายเป็นก้อนแข็งและอุดตันในท่อน้ำนมได้
การสวมเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับสรีระ โดยเฉพาะเสื้อชั้นในหรือเสื้อผ้าที่กดทับเต้านม ซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของน้ำนมไม่สะดวกเท่าที่ควร นอกจากนี้ การสวมใส่เสื้อชั้นในที่หลวม ไม่กระชับ อาจทำให้เต้านมหย่อนคล้อยและเกิดการกดทับท่อส่งน้ำนมได้
ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ เนื่องจากความเครียดอาจส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งน้ำนม ทำให้ผลิตและระบายน้ำนมได้ไม่ดีเท่าที่ควรจึงเกิดท่อน้ำนมอุดตันขึ้นได้
น้ำนมที่มีความหนืดสูง คุณแม่ที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ดื่มน้ำน้อย รวมถึงรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเกินไป อาจทำให้น้ำนมมีความข้นและหนืดมากขึ้น จนส่งผลให้เกิดภาวะท่อน้ำนมอุดตันได้
สัญญาณเตือนว่ามี อาการท่อน้ำนมอุดตัน หรือไม่?
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกถึงอาการท่อน้ำนมอุดตันสามารถสังเกตร่วมกันได้หลายอาการ ดังนี้
น้ำนมไหลไม่สะดวก หรือปั๊มนมไม่ออก หากท่อน้ำนมอุดตัน บุตรจะดูดดูดได้เพียงประมาณ 20% หรือดูดไม่ออกเลย รวมถึงคุณแม่อาจปั๊มนมไม่ออกหรือออกน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะด้านที่เต้าแข็งเป็นก้อนเจ็บ น้ำนมอาจไหลออกมาเป็นสายเล็กๆ หรือไม่ไหลเลย
คลำพบก้อนแข็งเป็นไตที่เต้านม อาการแรกที่คุณแม่มักสังเกตเห็น คือ การคลำพบก้อนไตแข็งๆ ที่บริเวณเต้านม แต่ไม่ได้เป็นทั้งเต้า เมื่อกดลงไปจะรู้สึกเจ็บและอาจบวมแดง ลักษณะของก้อนจะมีขนาดประมาณ 1-3 เซนติเมตร และสามารถขยับได้เล็กน้อยใต้ผิวหนัง ตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดของก้อนแข็งจะอยู่ที่ด้านบนของเต้านม บริเวณใต้ไหปลาร้า หรือด้านข้างของเต้านม บางครั้งอาจพบได้หลายก้อนในเต้านมเดียวกันหรือทั้งสองข้าง
เจ็บ ปวด หรือกดเจ็บที่เต้านม ความเจ็บปวดจากท่อน้ำนมอุดตันมักเริ่มต้นจากความรู้สึกเจ็บเมื่อกดที่บริเวณก้อนแข็ง และค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นปวดแสบปวดร้อน โดยจะเจ็บมากขึ้นเมื่อน้ำนมมาหรือเต้านมเต็มและความเจ็บปวดจะลดลงหลังจากให้นมบุตรแล้ว
เต้านมแดง บวม หรือร้อนบริเวณที่เป็นก้อน เมื่อท่อน้ำนมอุดตัน บริเวณเต้านมที่เป็นก้อนแข็งอาจแดงหรือบวมตึงเล็กน้อย รวมถึงมีความร้อนเฉพาะบริเวณนั้น แต่จะแตกต่างจากเต้านมอักเสบที่จะมีอาการแดงบวมร้อนกระจายไปทั่วเต้านม
ลักษณะหัวนมผิดปกติ คุณแม่อาจสังเกตได้ถึงลักษณะหัวนมและลานนมผิดรูปไป เช่น เห็นเส้นเลือดปูดออกมาชัดเจน และอาจพบร่วมกับพบจุดสีขาวที่หัวนม (White dot)
วิธีแก้ปัญหา ท่อน้ำนมอุดตัน เต้านมคัด ปั๊มนมไม่ออก
เมื่อพบอาการท่อน้ำนมอุดตัน การแก้ไขที่รวดเร็วและถูกต้องจะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหารุนแรงขึ้นและลดความเจ็บปวดของคุณแม่ลงได้
1. ให้นมบ่อยขึ้นและเกลี้ยงเต้า
การให้นมบุตรหรือการปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอจะช่วยระบายน้ำนมและลดการอุดตันได้ โดยเทคนิค คือ ให้ลูกดูดนมจากเต้าที่มีภาวะท่อน้ำนมอุดตันก่อนและให้นมบ่อยขึ้นจนเกลี้ยงเต้า อย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อช่วยระบายน้ำนมที่คั่งค้างออกให้หมดและจะช่วยลดอาการคัดเต้านมได้ดี
2. การประคบเต้านมก่อนและหลังให้นมบุตร
ก่อนให้นมหรือปั๊มนม ให้คุณแม่ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ประคบร้อน นานประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ท่อน้ำนมขยายตัวและน้ำนมไหลได้ง่ายขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการประคบร้อนบริเวณหัวนม เพราะอาจทำให้เกิดแผลจากความร้อนได้
หลังให้นมหรือปั๊มนม คุณแม่สามารถ ประคบเย็น 15-20 นาที บริเวณที่มีอาการปวด บวม แดง หรือร้อนเต้านม (ยกเว้นบริเวณหัวนม) จะช่วยลดอาการปวดและรู้สึกสบายตัวมากขึ้น
3. นวดเต้านมอย่างถูกวิธี
เริ่มต้นด้วยการนวดเบาๆ จากบริเวณก้อนแข็งไปยังหัวนม ทำการนวดด้วยการกดเบาๆ จากบริเวณที่ เต้าแข็งเป็นก้อนเจ็บ ไล่ไปยังหัวนมเพื่อช่วยคลายการอุดตันและผลักน้ำนมออกมา โดยมีขั้นตอนดังนี้
วางมือข้างหนึ่งบริเวณเนินอกด้านบนเต้านมและอีกข้างวางใต้ฐานเต้านม โดยวางมือให้รู้สึกกระชับที่เต้านม จากนั้นออกแรงหมุนวนมือเข้าหากันไล่จากเต้าไปยังหัวนม ทำ 10 ครั้ง/รอบ ทำซ้ำ 5 รอบ
นวดคลึงเต้านมป็นรูปก้นหอย โดยใช้มือ 3 นิ้วค่อยๆ วนจากด้านนอกตามเข็มนาฬิกาเข้าหาบริเวณหัวนม
ใช้มือนิ้วโป้งและนิ้วชี้เป็นรูปตัว U บีบเบาๆ ไล่จากเต้านมลงมาหาลานนม ทำให้ทั่วเต้าทั้ง 2 ข้าง
ใช้มือนิ้วโป้งและนิ้วชี้เป็นรูปตัว U บีบไล่จากลานนมลงมาหัวนม ทำทั้ง 2 ข้าง
4. ลดความข้นหนืดของน้ำนมแม่ด้วยสารอาหาร
วิตามินและสารอาหารที่นิยมในการนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาและป้องกัน ท่อน้ำนมอุดตัน ในคุณแม่ให้นมบุตร โดยเฉพาะเมื่อมีอาการ คัดเต้า เป็นก้อน ปั๊มนมไม่ออก คือ เลซิติน ( Lecithin) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟอสโฟลิปิด (Phospholipid) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นอิมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) ที่ช่วยให้น้ำกับน้ำมันที่เป็นส่วนประกอบของน้ำนมแม่ผสมเข้ากันได้ดี จึงช่วยลดความข้นหนืดของน้ำนม ทำให้ไขมันไม่จับตัวเป็นก้อนและช่วยให้น้ำนมไหลผ่านท่อน้ำนมได้ดีขึ้น โดยทั่วไปแนะนำให้รับประทานเลซิตินในปริมาณ 1,200 มิลลิกรัม ประมาณ 3-4 ครั้ง/วัน เมื่อมีอาการท่อน้ำนมอุดตันหรือตามคำแนะนำของแพทย์
อ่านต่อ : มารู้จักเลซิติน Lecithin ให้ดียิ่งขึ้น
วิธีป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน สำหรับคุณแม่ให้นมบุตร
จัดท่าทางการให้นมบุตร คุณแม่ควรอุ้มให้บุตรอยู่ในท่าที่คางชิดบริเวณเต้านม เพื่อให้สามารถดูดนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้นมทุก 2-3 ชั่วโมง หรือเมื่อลูกต้องการ และหลีกเลี่ยงการเว้นระยะเวลาให้นมนานเกินไป
การเลือกใช้เสื้อผ้าและชั้นในที่เหมาะสม เสื้อชั้นในสำหรับคุณแม่ให้นมควรมีขนาดพอดี ไม่รัดรูปเกินไป และควรทำจากผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
การจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม คุณแม่ควรฝึกการผ่อนคลาย หรือทำกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น ฟังเพลง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ หรือออกกำลังกายเบาๆ
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และเสริมการรับประทานเลซิติน สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาท่อน้ำนมอุดตันบ่อยครั้ง แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย รวมถึงเสริมการรับประทานอาหารที่มีเลซิตินสูง เช่น ไข่แดง, ถั่วเหลือง, เมล็ดทานตะวัน, ตับ หรือบริเวอร์ยีสต์ที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลซิติน จะช่วยให้น้ำนมคุณแม่ไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดโอกาสที่ไขมันจะจับตัวเป็นก้อนและอุดตันท่อน้ำนม
คำถามที่พบบ่อย
Q : ท่อน้ำนมอุดตัน ควรรับประทานเลซิตินเท่าไหร่?
A : ปริมาณการรับประทานเลซตินที่แนะนำต่อวัน
สำหรับการป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน ประมาณ 1,200 มิลลิกรัม 1-2 ครั้ง/วัน สามารถรับประทานต่อเนื่องได้ตลอดการนมบุตรและยังคงมีแนวโน้มที่จะเกิดการอุดตัน
สำหรับคุณแม่ที่ปัญหาท่อน้ำนมอุดตันแล้ว ประมาณ 1,200 มิลลิกรัม 3-4 ครั้ง/วัน (รวมเป็น 3,600 – 4,800 มิลลิกรัม/วัน) หรือตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร
ปรึกษาการรับประทานเลซิตินกับเภสัชกร ฟรี
Q : ท่อน้ำนมอุดตัน อันตรายไหม?
A : ท่อน้ำนมอุดตัน เป็นภาวะที่อาจเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ให้นมบุตร โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมมาก แต่อาการเหล่านี้สามารถดูแลได้ด้วยตนเอง แต่หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
หากลองทำตามวิธีแก้ไขเบื้องต้นแล้วอาการเจ็บคัดเต้าไม่ดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
มีไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลีย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะเต้านมอักเสบ (Mastitis)
เต้านมแดง บวม ร้อนจัด และปวดรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
มีหนองหรือเลือดปนในน้ำนม
ก้อนที่เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น แข็งขึ้น หรือกดเจ็บมากผิดปกติ และอาการเจ็บไม่หายไปหลังจากการให้นมหรือปั๊มนม
Q : เพิ่มน้ำนมแม่ รับประทานอาหารอะไรดี?
A : ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการไหลเวียนเลือดและกระตุ้นการสร้างน้ำนม เช่น หัวปลี ขิง ใบกระเพรา กุยช่าย ใบแมงลัก มะละกอ ฟักทอง และดื่มน้ำอุ่นให้มากขึ้น
Q : คุณแม่ให้นมบุตร ไม่ควรรับประทานอะไร?
A : อาหารที่ควรระมัดระวังหรือจำกัดปริมาณ ได้แก่ อาหารที่มีไขมันสูง ของทอด ของมัน อาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้น้ำนมมีไขมันข้นขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันได้ จึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
สุขภาพของคุณแม่ คือ กำลังสำคัญในการดูแลลูกน้อย ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน ถือปัญหาสุขภาพของคุณแม่ที่ต้องเผชิญทั้งอาการคัดเต้า เป็นก้อนแข็ง ปั๊มนมไม่ออก ที่นอกจากจะไม่สบายตัวแล้วยังก่อให้เกิดความเครียดและกังวลได้ แต่ปัญหานี้เป็นอาการชั่วคราวที่สามารถรับมือและป้องกันได้ ซึ่งการดูแลเต้านมอย่างสม่ำเสมอ การให้นมอย่างถูกวิธี การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการรู้จักสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและให้นมบุตรได้อย่างราบรื่น อย่างก็ตาม หากคุณแม่มีข้อสงสัยหรืออาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาการให้ยาเพื่อลดการจับตัวของไขมันในน้ำนม อัลตราซาวนด์เปิดท่อน้ำนม หรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป