วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง รู้ทันอาการและเทคนิครับมือ

รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เป็น วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง

รู้เท่าทันอาการ และ 5 วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง

Key takeaway / Summary of topic answer

โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองเสียสมดุล โดยมีปัจจัยร่วมทั้งจากพันธุกรรม ความเครียดสะสม การขาดสารอาหารอย่างวิตามินดี และภาวะการอักเสบในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่มีอาการระดับเล็กน้อยถึงปานกลางสามารถบรรเทาและรับมือได้ด้วยตนเองผ่านการปรับพฤติกรรม ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ การปรับเวลาจัดตารางนอนหลับให้คงที่ การเสริมวิตามินดีให้เพียงพอ การทำจิตบำบัดด้วยตนเอง (Behavioral Activation) ตลอดจนการเข้าสังคมเพื่อลดความโดดเดี่ยว ซึ่งการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์อย่างเข้าใจ จะช่วยฟื้นฟูสมดุลสมองและคืนความมั่นใจให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน

Table of Contents

    โรคซึมเศร้า เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ทั้งความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง พันธุกรรม ประสบการณ์ชีวิต รวมถึงการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมหรือตามวัยที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ซึ่งมีผลกระทบต่อความคิด อารมณ์ พฤติกรรมจนนำไปสู่การตัดสินใจในทางลบได้ แต่โรคนี้สามารถดีขึ้นได้หากเข้าใจถึงสาเหตุ ปัจจัยกระตุ้น อาการเริ่มต้น และที่สำคัญคือการจัดการอารมณ์และ วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง จะช่วยให้สามารถปิดวงจรนี้ได้เร็วและยั่งยืน

    โรคซึมเศร้า คืออะไร สาเหตุและปัจจัยกระตุ้น 

    ในทางการแพทย์ โรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder หรือ MDD) คือความผิดปกติทางอารมณ์ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย จิตใจ และกระบวนการคิด ไม่ใช่แค่เรื่องของการไม่มีความสุข และไม่ใช่ความอ่อนแอของจิตใจ แต่เป็นสภาวะที่สารสื่อประสาทในสมอง ได้แก่ เซโรโทนิน (Serotonin), โดปามีน (Dopamine) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ทำงานไม่สมดุล ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ การนอนหลับ และความสามารถในการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างรอบด้าน

    สาเหตุของโรคซึมเศร้า

    โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างกายภาพและสิ่งแวดล้อม ได้แก่

    1. สารเคมีในสมองไม่สมดุล ส่งผลให้สมองส่วนควบคุมอารมณ์ (Hippocampus) ทำงานแย่ลงและมีขนาดเล็กลง เมื่อร่างกายขาดโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์สมอง ประกอบกับมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมามากเกินความจำเป็น จึงทำให้สารเคมีในสมองเสียสมดุลและเกิดเป็นภาวะซึมเศร้าได้
    2. พันธุกรรม คนที่มีญาติสายตรงเป็นโรคซึมเศร้ามีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป 2–3 เท่า โดยจะแสดงอาการซึมเศร้าเมื่อมีสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้น 
    3. บาดแผลทางใจ บาดแผลทางใจในวัยเด็กหรือความสูญเสียอย่างรุนแรง (Trauma) ความโดดเดี่ยว ปัญหาความสัมพันธ์ และการนอนหลับไม่เพียงพอ ส่งผลให้สมองไวต่อความเครียดมากขึ้นและส่งผลต่อการเกิดโรคซึมเศร้าในระยะยาว 

    ปัจจัยกระตุ้นที่อาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้า

    • ปัจจัยทางจิตวิทยา รูปแบบความคิดเชิงลบที่ฝังลึก (Negative Cognitive Schema) บุคลิกภาพที่มีความไม่มั่นคงทางอารมณ์ (Neuroticism) และการขาดทักษะหรือ วิธีจัดการความรู้สึกตัวเอง ล้วนเพิ่มความเสี่ยงและทำให้อาการรุนแรงขึ้น
    • การขาดสารอาหาร โดยมีงานวิจัยที่พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างระดับวิตามินดีในเลือดที่ต่ำกับอาการซึมเศร้า ซึ่งกลุ่มเสี่ยงมักเป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำงานในอาคารตลอดวันทำให้ไม่ได้รับแสงแดด UVB ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์วิตามินดีตามธรรมชาติ และกลุ่มผู้สูงอายุที่ประสิทธิภาพในการสังเคราะห์วิตามินดีจากผิวหนังลดลง ส่งผลให้การสร้างเซโรโทนินหรือสารแห่งความสุขบกพร่อง จนเกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุโดยไม่รู้ตัว
    • ความเครียดเรื้อรังและภาวะ Burnout มีการศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่า ความเครียดเรื้อรัง ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฮอร์โมนนี้จะเข้าไปทำลายเซลล์ประสาทในสมองส่วนหน้าและส่วนควบคุมอารมณ์ ทำให้เกิดภาวะ “สมองล้า” และนำไปสู่โรคซึมเศร้าในที่สุด
    • ภาวะการอักเสบในร่างกาย (Systemic Inflammation) โดยภาวะนี้สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ได้แก่ การบริโภคน้ำตาลสูงและอาหารแปรรูปเป็นประจำ การเจ็บป่วยทางร่างกายเรื้อรัง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในช่วงหลังคลอดบุตร (Postpartum) รวมถึงโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น เบาหวาน โรคอ้วน และ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง 

    โรคซึมเศร้า อาการเป็นยังไง?

    หลายคนอาจสงสัยว่า ซึมเศร้าอาการเป็นยังไง และต่างจากความเศร้าธรรมดาหรือความเครียดอย่างไร (ทำแบบประเมินความเครียดฟรี

    โดยทั่วไปภาวะซึมเศร้าจะประกอบไปด้วย 9 สัญญาณเตือนสำคัญ และต้องมีอาการอย่างน้อย 5 ข้อ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ขึ้นไป ได้แก่

    1. มีอารมณ์เศร้า ว่างเปล่า หรือหมดหวังเกือบทุกวัน
    2. ความสนใจหรือความสุขในสิ่งที่เคยชอบหายไปเกือบหมด 
    3. น้ำหนักเปลี่ยนแปลงโดยไม่ตั้งใจ มากกว่า 5% ใน 1 เดือน
    4. นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินปกติ
    5. เคลื่อนไหวช้าลงหรือกระสับกระส่ายผิดปกติจนคนอื่นสังเกตได้
    6. เหนื่อยล้าหรือหมดพลังงานเกือบทุกวัน
    7. รู้สึกไร้ค่ามากเกินเหตุ
    8. สมาธิสั้น ตัดสินใจไม่ได้
    9. มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง

    ข้อควรระวัง หากมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ให้เข้ารับการรักษากับจิตแพทย์โดยตรงหรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ทันที ตลอด 24 ชั่วโมง

    วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง ทำได้อย่างไร?

    วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง ไม่ใช่แค่การ “คิดบวก” เท่านั้น แต่เป็นวิธีการที่เป็นรูปธรรมและสามารถใช้ควบคู่กับการรักษา หรือเริ่มต้นก่อนพบแพทย์ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มอาการ ระดับเบา-ปานกลางที่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้จะรู้สึกฝืนและเหนื่อยมากกว่าปกติ โดยระดับนี้จะสามารถตอบสนองต่อ วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง และการทำจิตบำบัดได้ดี 

    1. ออกกำลังกายบำบัดด้วยแอโรบิก

    มีการวิจัยที่พบว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic Exercise ) เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ การเต้น หรือปั่นจักรยาน นาน 30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ด้วยความหนัก 60-80% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดต่อเนื่องอย่างน้อยเป็นเวลา 8 สัปดาห์ คือ วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยา Sertraline (ยาต้านเศร้ากลุ่ม SSRI) เพราะการออกกำลังกายจะกระตุ้นการหลั่งสารเอนโดรฟิน เซโรโทนิน และ BDNF ซึ่งช่วยให้เซลล์ประสาทสร้างใหม่และทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้าในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง อีกทั้งยังมีอัตราการกลับมาเป็นซ้ำ (Relapse rate) ต่ำกว่ากลุ่มที่ใช้ยาเพียงอย่างเดียวอีกด้วย

    2. ปรับการนอนหลับให้สม่ำเสมอ

    คนที่มีปัญหาการนอนหลับมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า และเมื่อเป็นซึมเศร้าแล้ว การนอนที่ไม่ดีก็ยิ่งทำให้อาการหนักขึ้น การปรับการนอนหลับก็เป็น อีกวิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง ที่สำคัญเช่นเดียวกัน โดยการจัดการปัญหาการนอนหลับ สามารถลดอาการซึมเศร้าและกระตุ้นการสร้างความจำทางอารมณ์ที่มั่นคงได้ โดยวิธีที่เหมาะสม คือ 

    • ตื่นและนอนเวลาเดิมทุกวันแม้วันหยุด เพื่อปรับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm)
    • ปิดหน้าจออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เนื่องจากแสงสีฟ้าจะยับยั้งการหลั่ง Melatonin ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ในวันถัดไป
    • ห้องนอนควรมีอุณหภูมิประมาณ 23–25 °C มืดและเงียบสนิท
    • หลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีนหลัง 14.00 น. และ งดแอลกอฮอล์ทุกมื้อ

    3. ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ

    วิตามินดี มีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนกรดอะมิโนทริปโตเฟนให้กลายเป็นสารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารเคมีแห่งความสุข การได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เป็นวิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตนเอง ที่ทำได้ง่ายแต่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่แม้จะเป็นเมืองร้อน แต่คนไทยกลับมีภาวะขาดวิตามินดีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้แน่ใจว่าตนเองมีภาวะขาดวิตามินดี ควรตรวจระดับวิตามินดีด้วยการเจาะเลือด ซึ่งค่าที่เหมาะสม คือ 40–60 ng/mL หากพบว่า มีระดับวิตามินดีต่ำควรได้รับการเสริมวิตามินดีจากแสงแดด หรือ สามารถรับประทานวิตามินดี 3 ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในอาคาร และผู้สูงอายุ

    ปรึกษาการรับประทานวิตามินดีกับเภสัชกรฟรี 

    อ่านต่อ : วิตามินดีต่ำ ต้องทำอย่างไร กับ 4 วิธีเพิ่มวิตามินดีให้ร่างกาย

    วิตามินดี แก้ซึมเศร้า

    4. ทำจิตบำบัดด้วยตนเอง

    หนึ่งใน วิธีจัดการความรู้สึกตัวเอง ที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุด คือ Behavioral Activation (BA) ซึ่งเป็นเทคนิคการกระตุ้นเชิงพฤติกรรมที่ยึดหลักการ “ทำตามแผน ไม่ทำตามอารมณ์” วิธีการที่ใช้ คือ การทำตารางกิจกรรม และมีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น 

    • เขียนกิจกรรมที่เคยทำให้รู้สึกดีหรือมีความหมายแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การจัดเก็บที่นอนหลังตื่นนอนทุกเช้าเป็นเวลา 3 เดือน 
    • เลือก 1–2 กิจกรรมต่อวัน แล้วลงมือทำทันที
    • ให้คะแนนความรู้สึกก่อนและหลังทำ (0–10) เพื่อสังเกตรูปแบบ
    • ทบทวนกิจกรรมที่ทำ อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง และวางแผนกิจกรรมเดิมที่ทำแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลง 
    • สังเกตอุปสรรคที่เกิดขึ้นและแก้ไข หากแก้ไม่ได้ให้เรียนรู้ที่จะยอมรับและปล่อยวาง
    • ค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมและความท้าทายขึ้นทีละน้อย

    วิธีนี้จะเพิ่มการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างความพึงพอใจ ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และลดปริมาณการทำกิจกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์ โดยความรู้สึกดีจะเป็นผลพวงมาจากการทำกิจกรรมต่างๆ และช่วยให้วงจรของความรู้สึกซึมเศร้าหายไป

    5. ทำกิจกรรมกลุ่มและเข้าสังคมที่สนใจ

    ความโดดเดี่ยวหรือความเหงาสามารถเพิ่มความเสี่ยงซึมเศร้าได้ 2–3 เท่า และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพกายเทียบเท่าการสูบบุหรี่ 15 มวนต่อวันเลยทีเดียว ดังนั้นหากรู้สึกเครียด มีอารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย ควรเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้น เช่น การเข้าร่วม Workshop หรือ คลาสเรียนสั้นที่ตรงกับความสนใจ จะช่วยให้พบเจอผู้คนที่มีแนวคิดคล้ายกัน การออกทริปหรือกิจกรรมกลุ่มเล็ก ๆ หรือแม้แต่การพูดคุยกับคนรอบข้างในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมและทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง

    หัวใจสำคัญของ วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง ที่ยั่งยืนและได้ผลในระยะยาว คือ การปรับพฤติกรรมและรูปแบบความคิด เพื่อลดปัจจัยที่กระตุ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า โดยแนวทางบำบัดตนเองมีทั้งวิธีที่ได้รับการยอมรับทางวิชาการและสามารถใช้ควบคู่หรือผสมผสานกับวิธีอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น Mind-Body Therapy อย่างโยคะ การทำสมาธิ และการหายใจเชิงลึก ศิลปะบำบัด (Art Therapy) หรือดนตรีบำบัด (Music Therapy) ที่ช่วยระบายและประมวลผลอารมณ์ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การทำวิตามินบำบัด (Intravenous Vitamin Therapy) รวมถึงการสัมผัสแสงธรรมชาติ (Light Therapy) ในตอนเช้าที่ให้ประโยชน์ทั้งการกระตุ้นการสังเคราะห์วิตามินดีและการปรับสมดุลอารมณ์ได้ในคราวเดียวกัน 

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ วิธีแก้โรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง

    Q1 : โรคซึมเศร้า หายเองได้ไหม?

    หายเองได้ แต่ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ แต่โรคนี้มักส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานและนำไปสู่การตัดสินใจทางลบ การได้รับการรักษาที่ถูกต้องและรวดเร็วจึงสำคัญมากกว่าการปล่อยไว้ให้หายเอง

    Q2: โรคซึมเศร้า รักษาโดยไม่ใช้ยาได้ไหม? 

    ได้ แต่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ หากเป็นซึมเศร้าระดับเบาหรือปานกลาง สามารถเริ่มรักษาด้วยการทำจิตบำบัด และการปรับพฤติกรรม แต่หากมีอาการรุนแรง จิตแพทย์จำเป็นต้องใช้ยาต้านโรคซึมเศร้าเพื่อปรับระดับของสารสื่อประสาทร่วมกับการทำจิตบำบัด ซึ่งผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรเข้ารับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง

    Q3: อาหารบำรุงสมอง ต้านซึมเศร้า กินอะไรดี?

    อาหารเมดิเตอร์เรเนียน ที่ประกอบไปด้วย ปลาทะเล เห็ด ไข่ ผัก ผลไม้ ธัญพืช ฯลฯ ซึ่งมีข้อมูลว่า ช่วยลดความเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้ถึง 30%-50% รวมถึงสารอาหารที่จำเป็น ได้แก่ วิตามินบี วิตามินดี วิตามินเอ วิตามินซี ธาตุเหล็ก สังกะสี กรดไขมัน โอเมก้า 3 แมกนีเซียม โพแทสเซียม ซีลีเนียม 

    Q4 : อาหารที่คนเป็นซึมเศร้าไม่ควรกิน?

    น้ำผลไม้รสเปรี้ยวบางชนิด เช่น ส้ม เสาวรส น้ำองุ่น เป็นต้น อาจทำอันตรกิริยาระหว่างยากับยาที่ใช้รักษาอยู่ ทำให้ตัวยาไม่ออกฤทธิ์ รวมถึงชา กาแฟ และน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนสูง และ ส่งผลต่อการนอนหลับ

    อ้างอิง
    1. ศูนย์การแพทย์ทางเลือก, กองการแพทย์ทางเลือก, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2565). รูปแบบแนวทางการให้บริการด้านการแพทย์ทางเลือก เรื่อง วิตามินบำบัด (Intravenous Vitamin Therapy)https://thaicam.dtam.moph.go.th/wp-content/uploads/2021/09/draft-แนวทางวิตามินบำบัด-.pdf
    2. โรงพยาบาลสุขุมวิท. (n.d.). ซึมเศร้า กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม. https://www.sukumvithospital.com/healthcontent.php?id=3772
    3. กรมสุขภาพจิต. (2563, 26 สิงหาคม). เมื่ออาหารต้าน ซึมเศร้า ได้ เช็คด่วนอะไรควรกิน-ไม่ควรกิน?. https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30416
    4. สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี. (2566). CBTในปัญหาที่พบบ่อยในชีวิตประจำวันเด็กและวัยรุ่นhttps://www.childrenhospital.go.th/wp-content/uploads/2023/04/CBT-for-depressed-mood-ทำความเข้าใจอารมณ์เศร้าและการช่วยเหลือด้วย-CBT64.pdf
    5. World Health Organization. (2023). Depressive disorder (depression)https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/depression
    6. Jacka, F. N., O’Neil, A., Opie, R., Itsiopoulos, C., Cotton, S., Mohebbi, M., Castle, D., Dash, S., Mihalopoulos, C., Chatterton, M. L., Brazionis, L., Dean, O. M., Hodge, A. M., & Berk, M. (2017). A randomised controlled trial of dietary improvement for adults with major depression (the ‘SMILES’ trial). BMC Medicine, 15, Article 23. https://doi.org/10.1186/s12916-017-0791-y
    7. Shaffer, J. A., Edmondson, D. E., Tajesuebe, L. S., Brickman, A. M., Wainstein, E. M., & Demmer, R. T. (2014). Vitamin D and depressive symptoms: A systematic review and meta-analysis. Journal of Affective Disorders, 155, 141–157. https://doi.org/10.1016/j.jad.2013.10.017
    8. Hunt, M. G., Marx, R., Lipson, C., & Young, J. (2018). No more FOMO: Limiting social media decreases loneliness and depression. Journal of Social and Clinical Psychology, 37(10), 751–768. https://doi.org/10.1521/jscp.2018.37.10.751
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    บำรุงร่างกายทั่วไป

    ประโยชน์ของวิตามินอี

    บำรุงร่างกายทั่วไป

    เวย์โปรตีนสำหรับผู้ป่วย