Key takeaway / Summary of topic answer
เสมหะ เกิดจากกลไกของร่างกายที่ผลิตเมือกออกมามากกว่าปกติ เพื่อตอบสนองต่อการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ เช่น การติดเชื้อ ภูมิแพ้ ฝุ่นควัน พฤติกรรมการสูบบุหรี่ หรือการดื่มน้ำน้อย แนวทางการดูแลตัวเองเบื้องต้นทำได้โดยการดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและของทอด ร่วมกับการไอแบบควบคุมเพื่อช่วยขับเสมหะออก ทั้งนี้ หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจพิจารณาเลือกใช้ยาละลายเสมหะภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเหมาะสม
เสมหะ เป็นสารคัดหลั่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นจากฝุ่นละออง สิ่งแปลกปลอม หรือพฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตเมือกออกมามากกว่าปกติ เมื่อเมือกดังกล่าวสะสมรวมกับน้ำมูกที่ไหลลงคอ หรือเสมหะจากหลอดลม จึงทำให้คุณรู้สึกเหมือนมีก้อนติดอยู่ที่คอ ซึ่งการ ละลายเสมหะ อย่างถูกต้องจะช่วยให้อาการเสมหะเหนียวติดคอ หายได้เร็วขึ้น
เสมหะ (Phlegm) คือ สารคัดหลั่งชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อการระคายเคือง โดยปกติเยื่อบุทางเดินหายใจจะผลิตเมือกอยู่แล้ว แต่เมื่อเราได้รับสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค หรือ เกิดพฤติกรรมกระตุ้น เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารรสจัด ร่างกายจะผลิตเมือกออกมามากขึ้นจนกลายเป็นเสมหะเหนียวข้น
เสมหะเหนียวติดคอส่วนใหญ่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์
.
1. พยายามขับน้ำมูกและเสมหะออกมา
เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยลดปริมาณเสมหะที่อยู่ในลำคอ การไอขับเสมหะออกมาเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดปริมาณเสมหะในลำคอ โดยควรไอแบบควบคุม (Controlled Coughing) คือ หายใจเข้าลึกๆ แล้วไอออกมาสั้นๆ 2 ครั้ง เพื่อขับเสมหะออกจากหลอดลม
2. หยุดสูบบุหรี่
การสูบบุหรี่อาจทำให้เสมหะเกิดการสะสมอยู่ในทางเดินหายใจ โดยควันบุหรี่จะทำลายซิเลีย (Cilia) ในหลอดลม ซึ่งเป็นขนเล็กๆ ที่ทำหน้าที่พัดเสมหะออกจากร่างกาย เมื่อซิเลียถูกทำลาย เสมหะจึงสะสมอยู่ในทางเดินหายใจมากขึ้น การหยุดสูบบุหรี่เป็นหนึ่งในวิธีละลายเสมหะและลดการสะสมของเสมหะในระยะยาว
3. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
น้ำเกลือช่วยลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อโรคบริเวณลำคอ และช่วยให้เสมหะอ่อนตัวลงจนง่ายต่อการขับออก การกลั้วคอด้วยน้ำเหลือเป็นการทำความสะอาด ลดการอักเสบและเพิ่มความชุ่มชื้น ควรกลั้วคอเบาๆ เป็นเวลา 30 – 60 วินาที และ ควรทำซ้ำ 2–3 ครั้งต่อวัน
4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
น้ำอุ่นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เยื่อบุลำคอ และช่วยให้เสมหะเหลวลงจนร่างกายขับออกได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำอุ่น 8–10 แก้วต่อวัน หรือ ดื่มน้ำอุ่นทุก 1 ชั่วโมงในช่วงที่มีเสมหะมาก เพื่อช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุลำคอที่กำลังอักเสบ และช่วยละลายเสมหะ
5. กินอาหารหรือน้ำดื่มที่มีสมุนไพร
สมุนไพรและอาหารบางชนิดมีสรรพคุณช่วยละลายเสมหะตามธรรมชาติ เช่น มะนาว ขิง น้ำผึ้ง สมุนไพรไอวี่ ช่วยขับเสมหะ ละลายเสมหะ และ ขยายหลอดลม ให้ประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการไอ หรือ ไอแบบมีเสมหะ
4. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดเสมหะ
ลดการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นการสร้างเสมหะ เช่น ฝุ่น ควัน PM2.5 อาหารมัน อาหารรสจัด ของหวาน ของทอด ของเย็น น้ำแข็ง อากาศแห้ง และ ผลิตภัณฑ์นม อาจทำให้เสมหะข้นขึ้นในบางคน
5. กินยาละลายเสมหะ
การใช้ยาเม็ดฟู่ละลายเสมหะที่มีตัวอะซิติลซิสเตอีน Acetylcysteine ในปริมาณ 600 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยให้เสมหะเหนียวข้นน้อยลง ทำให้ร่างกายขับเสมหะออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น (ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร)
เป็นยารักษาอาการไอ แต่ มีกลไกที่แตกต่างกัน โดย ยาละลายเสมหะ (Mucolytics) เช่น อะซิติลซิสเตอีน (Acetylcysteine) มีคุณสมบัติในการเข้าไปทำลายโครงสร้างทางเคมีของเสมหะ ทำให้เสมหะที่เหนียวข้นกลายเป็นของเหลวและขับออกได้ง่ายขึ้น ส่วนยาขับเสมหะ (Expectorants) จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารคัดหลั่งมากขึ้น เพื่อดัน และขับเสมหะให้ออกมาผ่านการไอ
ยาที่มีหลักฐานทางคลินิกสนับสนุนมากที่สุด คือ Acetylcysteine 600 มิลลิกรัมในรูปแบบเม็ดฟู่ละลายน้ำ เนื่องจากออกฤทธิ์เร็ว และมีประสิทธิภาพสูงในการทำให้เสมหะเหลวลง ขับออกได้ง่าย ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หรือ เภสัชกร
วิธีใช้ยาละลายเสมหะ
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ยาแก้แพ้ กับเรื่องที่ต้องรู้
รคภูมิแพ้แก้ได้ เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็คิดว่ายาก
หลักการกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรคโควิด-19 และโรคหวัด