ความเชื่อผิดๆ ของการกินคอลลาเจนสำหรับผิว

ผิวแห้งและริ้วรอย

Key takeaway / Summary of topic answer

การรับประทานคอลลาเจนยังมีความเข้าใจผิดอยู่หลายประการ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการบริโภคในปริมาณที่สูงเกินไปหรือการเจาะจงช่วงเวลารับประทานไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยตรง แต่หัวใจสำคัญคือความต่อเนื่องและการเลือกชนิดให้เหมาะสม โดยคอลลาเจนแบ่งออกเป็นหลายชนิดตามโครงสร้างและแหล่งที่พบในร่างกาย เช่น คอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งพบมากในผิวหนัง เส้นเอ็น และกระดูก และคอลลาเจนชนิดที่ 2 ที่พบในกระดูกอ่อนและข้อต่อ โดยมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของแต่ละชนิดต่อกระบวนการทำงานของเนื้อเยื่อในร่างกายอย่างต่อเนื่อง การเลือกผลิตภัณฑ์ควรพิจารณาจากมาตรฐานการผลิตระดับสากลและผลการศึกษาวิจัยที่รองรับ ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลต่อผิวจากภายนอก

Table of Contents
    หากจะให้นึกถึงสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เลือกมาใช้บำรุงผิวมากเป็นอันดับต้นๆ ก็เห็นจะเป็นคอลลาเจน (Collagen) ซึ่งคอลลาเจนคือส่วนประกอบหลักของผิวหนังที่ไปช่วยให้ผิวมีโครงสร้างแข็งแรง เรียบเนียน และยืดหยุ่นได้ดี ด้วยเหตุนี้จึงถือว่าคอลลาเจนมีความสำคัญกับสุขภาพผิวที่ดีโดยตรง

    คอลลาเจน (Collagen) มีความสำคัญอย่างไรกับผิว?


    การสร้างคอลลาเจนในร่างกายจะมีมากที่สุดในช่วงอายุ 25ปี และเมื่ออายุเพิ่มขึ้น การผลิตคอลลาเจนของร่างกายก็จะลดลงพร้อมกับการสลายตัวของคอลลาเจนในร่างกายจนเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะผิวพรรณ ซึ่งนอกจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดภายในแล้ว ปัจจัยภายนอก เช่น แสงแดด มลภาวะ ฝุ่น การนอนดึก การสูบบุหรี่จัดกินอาหารหวานมากๆ ก็ถือเป็นตัวทำลายคอลลาเจน และอีลาสติน ท้ายที่สุดเกิดผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น เป็นริ้วรอย และหมองคล้ำง่ายขึ้น ผิวไม่สดใส สีผิวไม่สม่ำเสมอ และทำให้ดูแก่กว่าวัย ดังนั้นการดูแลผิวที่ดีต้องเริ่มมาจากสุขภาพภายในที่ดี ซึ่งการเลือกกินคอลลาเจนเพื่อการบำรุงผิวจึงเป็นอีกวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ดูแลจากภายใน

    “ถึงในปัจจุบันการกินคอลลาเจนจะเป็นวิธีดูแลผิวพรรณ
    ที่หลายคนเลือก แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจเรื่องการกินคอลลาเจน
    ที่ไม่ถูกต้อง และเชื่อการโฆษณามากกว่าผลลัพธ์ที่ได้”

    – ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ –

    เปลี่ยนความเชื่อเรื่องคอลลาเจน ด้วยความจริงจากผู้เชี่ยวชาญ?


    จริงอยู่ที่การกินคอลลาเจน คือทางออกของคนจำนวนไม่น้อยในการดูแลผิวพรรณ และแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น ริ้วรอย ความหมองคล้ำ ผิวไม่สดใส หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่ก่อนจะเลือกกิน ต้องเปลี่ยนแปลงความเชื่อต่างๆ และรู้ในข้อมูลที่แท้จริงของคอลลาเจน

    1. ความเชื่อที่ว่า… ยิ่งกินคอลลาเจนปริมาณเยอะยิ่งดีต่อผิว
      หลายคนเชื่อว่าการกินคอลลาเจนในปริมาณที่สูง จะยิ่งให้ผลดีกับผิวได้มากขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้เร็ว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ถึงแม้ผิวหนังจะมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบมากก็ตาม แต่ความจริงปริมาณของคอลลาเจนไม่ได้มีผลต่อผลลัพธ์แต่อย่างใด
    2. ความเชื่อที่ว่า… กินคอลลาเจนแล้ว สามารถดูแลได้ทุกส่วนทั่วร่างกาย
      ความเชื่อของคนส่วนใหญ่ที่คิดว่า “คอลลาเจนสำหรับดูแลผิว กับคอลลาเจนสำหรับบำรุงข้อกระดูกเหมือนกัน” ดังนั้นกินแบบไหนก็ได้ เพราะได้ประโยชน์เหมือนกัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดโดยสิ้นเชิง เพราะคอลลาเจนในแต่ละส่วนของร่างกาย มีความแตกต่างกันตามแต่ละชนิด ซึ่งคอลลาเจนแต่ละชนิดก็จะเหมาะกับอวัยวะที่แตกต่างกัน เช่น คอลลาเจนผิวจะมีความแตกต่างกับคอลลาเจนที่ข้อ เป็นต้น โดยคอลลาเจนสำหรับบำรุงผิวจะเป็นชนิด Collagen Type 1 มีคุณสมบัติช่วยเรื่องเพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น และลดริ้วรอย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ช่วยป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาด และช่วยสมานแผลบนผิวหนัง ในการศึกษาทางการแพทย์คอลลาเจน type1 รูปแบบพิเศษ bioactive collagen peptide (BCP) ซึ่งเป็นคอลลาเจน ภายใต้สูตร Verisol® มีการวิจัยพบว่าให้ประโยชน์ต่อผิวอย่างยิ่ง โดยได้รับในปริมาณ 2500 มก.ต่อเนื่อง 8 สัปดาห์ ในผู้หญฺิงอายุ 45-60 ปี พบว่ามีปริมาณคอลลเจนและอีลาสตินที่ผิวเพิ่มขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น ส่วนคอลลาเจนสำหรับบำรุงข้อจะเป็นชนิด Collagen Type 2 ซึ่งรูปแบบ และการทำหน้าที่จะแตกต่างกันออกไป โดยคอลลาเจนที่ข้อจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการเสียดทานของข้อต่อกระดูก และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอบริเวณข้อได้ ดังนั้นจะกินคอลลาเจนให้ได้ผลดีตามความต้องการ ก็ต้องเลือกคอลลาเจนที่ถูกต้องไม่สามารถกินเพื่อผลลัพธ์แบบครอบจักรวาลได้
    3. ความเชื่อที่ว่า… กินคอลลาเจนก่อนนอนดีที่สุด
      ความเชื่อข้อนี้คงไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะไม่ว่าจะกินเวลาไหนก็ไม่มีผลต่อประสิทธิภาพ แต่การกินอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และเลือกคอลลาเจนในรูปแบบที่ถูกต้อง คือสิ่งที่จะทำให้ได้ผลดีที่สุด ก็คือ โดยมีงานวิจัยที่สามารถเปลี่ยนความเชื่อนี้ได้ระบุไว้ว่า การเลือกคอลลาเจนในรูปแบบ Bioactive collagen peptide และกินอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวได้ชัดเจน
    1. ความเชื่อที่ว่า… กินคอลลาเจนยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน
      เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะคอลลาเจนในท้องตลาดมีมากมายหลายยี่ห้อ และส่วนประกอบ และกระบวนการผลิตก็มีโอกาสแตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อผลลัพธ์ที่สูงสุดควรเลือกคอลลาเจนที่มีผลการศึกษาทางการแพทย์หรืองานวิจัยกับผู้ใช้จริง รองรับผลลัพธ์ที่ได้ จะเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเลือกแหล่งที่มาของการผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานระดับสากล ก็ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย
    2. กินคอลลาเจนทำให้ผิวขาว
      หน้าที่ของคอลลเจน คือการซ่อมแซมผิว ไม่ได้มีผลต่อการสร้างเม็ดสีผิว จึงเป็นความเชื่อที่ผิดว่ากินคอลลาเจนแล้วทำให้ผิวขาว ส่วนสารอาหารที่มีส่วนช่วยให้ผิวขาวเป็นที่รู้จักกันมาก เช่น กลูตาโอน วิตามินซี สารสกัดเมล็ดองุ่น สารสกัดจากเปลือกสน เป็นต้น
    ดังนั้นเมื่อทราบความจริงเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่มีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคอลลาเจนไปแล้ว ใครที่อยากเลือกกินคอลลาเจนเพื่อการบำรุงผิวก็สามารถนำเอาคำตอบที่ได้รับนี้ไปเลือกซื้อคอลลาเจนได้อย่างสบายใจ ด้วยความห่วงใยจาก Mega We care
    อ้างอิง

    -

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ผิวแห้งและริ้วรอย

    เรื่องริ้วรอย...ไม่ว่าใครก็คอยไม่ได้

    ผิวแห้งและริ้วรอย

    ความเชื่อผิดๆ ของการกินคอลลาเจนสำหรับผิว