เจาะลึก 5 สาเหตุอาการขี้ลืม พร้อมวิธีแก้ปัญหาความจำสั้น

ผู้หญิงที่ทำงานหนักจนมีอาการหลงลืม

Key takeaway / Summary of topic answer

ขี้ลืม หรืออาการความจำสั้น คือภาวะที่สมองสูญเสียความสามารถในการจดจำหรือดึงข้อมูลมาใช้ชั่วคราว ซึ่งการลืมง่ายเกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่พักผ่อนน้อย ความเครียดสะสม ไปจนถึงการขาดวิตามินบี หากเป็นการลืมรายละเอียดเล็กน้อยมักไม่อันตราย แต่หากเริ่มกระทบชีวิตประจำวันควรเร่งฟื้นฟู วิธีแก้อาการหลง ๆ ลืม ๆ ที่ได้ผลคือการปรับพฤติกรรมการนอน ออกกำลังกาย และเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงระบบประสาท

Table of Contents

    หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์เดินเข้าห้องแล้วลืมว่ามาทำอะไร ลืมกุญแจรถ ลืมรหัสผ่าน หรือวางของแล้วหาไม่เจอ อาการเหล่านี้มักมองว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่พบเจอได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่ในบางกรณีอาจสะท้อนถึงปัญหาด้านสุขภาพ การใช้ชีวิต หรือการทำงานของสมองที่เปลี่ยนไปได้เช่นกัน ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าอาการขี้ลืมเกิดจากอะไร และมีวิธีดูแลสมองอย่างไรให้ห่างไกลจากอาการหลง ๆ ลืม ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาความจำในระยะยาว

    อาการหลงลืมทั่วไปกับภาวะสมองเสื่อม มีความแตกต่างกันที่ความรุนแรงและผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต หากเพียงแค่ลืมรายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่ได้ใช้บ่อยถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเริ่มมีลักษณะของความจำระยะสั้นที่ผิดปกติบ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณว่าสมองของคุณต้องรับการดูแลอย่างเร่งด่วน

    สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณเริ่มมีปัญหาด้านความจำ

    อาการหลงลืมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป อาจเป็นตัวบ่งชี้ชั้นดีว่าระบบการจัดเก็บข้อมูลในสมองของคุณเริ่มทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพและต้องพักฟื้น

    • ลืมสิ่งที่เพิ่งทำไปไม่นาน เช่น เพิ่งล็อกประตูบ้านเมื่อนาทีที่แล้วแต่กลับจำไม่ได้จนต้องเดินไปเช็กซ้ำหลายรอบ
    • วางของแล้วจำไม่ได้ว่าวางไว้ที่ไหน มักวางของใช้จำเป็นในที่ที่ไม่ควรวาง เช่น วางกุญแจรถไว้ในตู้เย็น หรือวางแว่นตาไว้ในห้องน้ำแล้วหาไม่เจอ
    • ลืมนัดหมาย หรือสิ่งที่ตั้งใจจะทำ หลงลืมวันสำคัญหรือนัดหมายที่เพิ่งตกลงกันไว้ไม่กี่วันก่อนหน้า หรือเดินไปอีกห้องหนึ่งแล้วลืมว่าตั้งใจจะไปทำอะไร
    • ต้องจดบันทึกบ่อยขึ้นเพื่อช่วยจำ เริ่มรู้สึกว่าถ้าไม่จดลงสมาร์ตโฟนหรือกระดาษ จะไม่สามารถจดจำรายการสิ่งที่ต้องทำง่าย ๆ ในแต่ละวันได้เลย

    หลายคนอาจสงสัยว่า สาเหตุที่เราลืมง่ายเกิดจากอะไรกันแน่ ? หลายคนโทษไปที่ “ความแก่ชรา” ทำให้สมองเสื่อมถอย แต่ต้นเหตุไม่ได้มาจากความชราเสมอไป แต่เกิดจากไลฟ์สไตล์และการทำงานของสารเคมีในสมองที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยมีดังนี้ 

    • พักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ไม่สามารถจัดระเบียบและจัดเก็บความจำได้อย่างสมบูรณ์
    • ความเครียดและภาวะสมองล้า เมื่อร่างกายเครียดสะสมจะหลั่งสารคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งส่งผลเสียต่อเซลล์สมองและลดทอนสมาธิในการจดจำสิ่งใหม่ ๆ
    • การขาดสารอาหารที่สำคัญต่อสมอง การขาดวิตามินกลุ่มบี (บี 1, บี 6, บี 12) ส่งผลโดยตรงต่อการสร้างสารสื่อประสาทและการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง
    • อายุเพิ่มมากขึ้น เป็นความเสื่อมตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงยาก โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป ที่เซลล์สมองจะเริ่มมีการเสื่อมถอยและทำงานได้ช้าลง
    • โรคหรือปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง หรือการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง

    หากอาการขี้ลืม เริ่มเปลี่ยนจากเรื่องเล็กน้อยเป็นเรื่องที่กระทบความปลอดภัยหรือคุณภาพชีวิต นี่คือจุดแบ่งที่สำคัญระหว่างอาการลืมทั่วไปกับภาวะที่เสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อม (Dementia) ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

    • ลืมเหตุการณ์สำคัญในชีวิต เช่น ลืมวันเกิดตัวเอง ลืมคนในครอบครัว หรือลืมเหตุการณ์สำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบจำไม่ได้เลยแม้จะมีคนช่วยเตือน
    • หลงทางในสถานที่ที่คุ้นเคย เริ่มสับสนทิศทางหรือจำทางกลับบ้านไม่ได้ในเส้นทางที่เคยใช้เป็นประจำทุกวัน
    • มีปัญหาในการสื่อสาร นึกคำพูดไม่ออก เรียกชื่อสิ่งของผิดบ่อยครั้ง หรือมีปัญหาในการเรียบเรียงประโยคเพื่อสื่อสารกับผู้อื่น
    • ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ยากขึ้น เช่น ลืมวิธีการใช้รีโมตทีวี ลืมวิธีอาบน้ำ หรือขั้นตอนการทำอาหารที่เคยทำเป็นประจำ

    การฟื้นฟูความจำสามารถทำได้ผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการช่วยสร้างเครือข่ายเส้นประสาทใหม่ ๆ และซ่อมแซมสมองส่วนที่อ่อนแอให้กลับมาแข็งแรง 

    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ให้ความสำคัญกับการนอนในช่วง Deep Sleep เพื่อให้สมองได้จัดระเบียบข้อมูลและฟื้นฟูตัวเองได้อย่างเต็มที่
    • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การขยับร่างกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองส่วนความจำได้ดียิ่งขึ้น
    • ทำกิจกรรมบำรุงสมอง ฝึกทำกิจกรรมใหม่ ๆ เช่น การเล่นเกมลับสมอง ฝึกทักษะภาษาใหม่ หรือการเล่นดนตรี เพื่อกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวเสมอ
    • บริหารจัดการชีวิตอย่างเป็นระบบ ใช้เครื่องมือช่วยจำอย่างการจด To-do list และวางของใช้จำเป็นให้เป็นที่ทางเพื่อลดภาระการทำงานของสมอง
    • จัดการความเครียด ฝึกสมาธิหรือทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เพื่อลดระดับฮอร์โมนความเครียดที่ทำลายเซลล์สมอง
    อาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ลดอาการหลงลืม

     โภชนาการคือรากฐานสำคัญของการบำรุงระบบประสาท เพราะอาการหลง ๆ ลืม ๆ เกิดจากการขาดวิตามินได้เช่นเดียวกัน การเลือกรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มสารอาหารที่สมองต้องการได้

    กลุ่มอาหารสารอาหารสำคัญประโยชน์ต่อสมอง
    ปลาไขมันสูงโอเมก้า 3  เสริมสร้างผนังเซลล์สมองและลดการอักเสบ
    ผักใบเขียววิตามินเค โฟเลตช่วยชะลอการเสื่อมของสมองและความจำ
    ไข่แดงโคลีนสารตั้งต้นสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาทด้านความจำ
    ผลไม้ตระกูลเบอร์รีแอนโทไซยานินต้านอนุมูลอิสระและช่วยในการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท
    ถั่วและเมล็ดพืชวิตามินอี แมกนีเซียมปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลายและความเสื่อมตามวัย

    หากเริ่มรู้สึกว่าตัวเองขี้ลืมบ่อยขึ้น ความจำสั้น หรือมีอาการหลงลืม จนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลสุขภาพสมองควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ รวมถึงควรเรียนรู้วิธีแก้เครียดสะสม ควบคู่กับการหาวิตามินบำรุงสมอง และความจำ ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะความเครียดเรื้อรังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความจำและสมาธิ

    นอกจากนี้ การดูแลโภชนาการก็มีบทบาทไม่แพ้กัน โดยเฉพาะสารอาหารที่ช่วยบำรุงระบบประสาทอย่างวิตามินบี จะช่วยให้ดูแลสมองและลดอาการหลงลืมได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว และหากสงสัยว่านอกเหนือจากเรื่องความจำแล้ว วิตามินบีรวมช่วยอะไรอีกบ้าง สามารถค้นหาข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่ MEGA We care 

    อาการ หลง ๆ ลืม ๆ ในวัยรุ่น เกิดจากอะไร ?

    ส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรม Multitasking หรือการทำหลายอย่างพร้อมกันจนสมองขาดโฟกัส รวมถึงภาวะพักผ่อนไม่เพียงพอ และการใช้เทคโนโลยีมากเกินไปจนสมองไม่ได้ฝึกกระบวนการจดจำด้วยตนเอง

    อาการ หลง ๆ ลืม ๆ ในคนแก่ ต่างจากอาการในคนหนุ่มสาวอย่างไร ?

    มักเกิดจากการเสื่อมตามธรรมชาติของเซลล์ประสาทและระบบไหลเวียนเลือด ส่วนอาการในคนหนุ่มสาวมักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ความเครียด การทำงานหนัก หรือภาวะสมองล้าจากการรับข้อมูลมากเกินไป

    อาการหลง ๆ ลืม ๆ เกิดจากการขาดวิตามินอะไรบ้าง ?

    โดยส่วนใหญ่เกิดจากการขาดวิตามินกลุ่มบี (B-Complex) โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการซ่อมแซมปลอกประสาท หากขาดจะทำให้เกิดอาการมึนงง สมาธิสั้น และความจำเสื่อมถอยได้

    วิธีแก้อาการหลง ๆ ลืม ๆ แบบเห็นผลยั่งยืนควรทำอย่างไร ?

    ควรทำควบคู่กัน 3 ส่วน คือ 1. ปรับการนอนให้มีคุณภาพ 2. ฝึกสมาธิเพื่อลดเครียด และ 3. เสริมสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิตามินบีรวมและโอเมก้า 3

    เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์ ?

    เมื่ออาการลืมเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ลืมทางกลับบ้าน ลืมชื่อคนในครอบครัว หรือไม่สามารถทำกิจวัตรพื้นฐานที่เคยทำได้เองตามปกติ

    อ้างอิง
    1. รู้ได้อย่างไรว่า แค่ขี้ลืม หรือมีภาวะสมองเสื่อม ?. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/สมองเสื่อมหลงลืม/
    2. 5 สาเหตุของคนขี้หลงขี้ลืม. https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/forgetful
    3. อาการบำรุงสมอง: เสริมความจำ และป้องกันโรคทางสมอง. https://www.med.cmu.ac.th/web/forhealth/health-and-medical/18735/
    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ภาวะนอนไม่หลับ

    วาเลอเรียน สมุนไพรที่ช่วยให้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ

    ภาวะนอนไม่หลับ

    นอนไม่หลับ สมองไม่หยุดคิด แก้ไขอย่างไร

    ภาวะนอนไม่หลับ

    การนอนไม่หลับ ปัญหาสุขภาพวัยสูงอายุ