Key takeaway / Summary of topic answer
ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) จะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน และน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย สามารถรับมือได้ด้วย 6 วิธีธรรมชาติ ได้แก่ การออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิง จัดการความเครียด นอนหลับ 7-9 ชั่วโมง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลิกสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ ควบคู่กับการเสริมสารอาหารสำคัญอย่าง ZMA (สังกะสีและแมกนีเซียม) ซีลีเนียม แอล-คาร์นิทีน และกลุ่มวิตามินบี ซึ่งล้วนมีบทบาทในกระบวนการทำงานของร่างกายตามปกติและช่วยส่งเสริมความกระปรี้กระเปร่าในชีวิตประจำวัน
การ เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ‘เทสโทสเตอโรน’ (Testosterone) ไม่ได้เป็นเพียงกุญแจสำคัญของการมีกล้ามเนื้อที่ฟิตเฟิร์ม หรือ สมรรถภาพทางเพศเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวกำหนดความมั่นใจและความกระฉับกระเฉงในชีวิตประจำวันของผู้ชาย เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ระดับฮอร์โมนนี้จะเริ่มลดลงตามกลไกธรรมชาติประมาณ 1% ต่อปี ประกอบกับไลฟ์สไตล์ในยุคปัจจุบัน ทั้งความเครียดและการพักผ่อนน้อย ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
เทสโทสเตอโรน (Testosterone) คือ ฮอร์โมนเพศชาย ที่ผลิตจากอัณฑะเป็นหลัก ทำหน้าที่กระตุ้นลักษณะความเป็นชาย ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อ ความต้องการทางเพศ การสร้างเชื้ออสุจิ และยังส่งผลต่อสภาพอารมณ์และความมั่นใจในตัวเองด้วย โดยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะสูงที่สุดในช่วงวัยรุ่น จากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงประมาณ 1-2% ต่อปี หลังจากอายุ 40 ปี เป็นต้นไป
แม้ระดับของฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรนจะลดลงตามวัย หากแต่มีการใช้ชีวิตประจำวันไม่เหมาะสมอาจเร่งให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงก่อนวัยอันควรได้ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การพักผ่อนน้อย รวมถึงการขาดสารอาหาร วิตามิน หรือ แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายด้วยเช่นกัน

โดยทั่วไประดับปกติของฮอร์โมนเพศชาย หรือ เทสโทสเตอโรน คือ ระหว่าง 300-1,000 ng/dl และลดลงหลังอายุ 40 ปี จึงทำให้มีโอกาสแสดงอาการจากการขาดฮอร์โมนได้มากขึ้นตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ได้แก่
แม้การลดลงของระดับ เทสโทสเตอโรน จะเป็นกลไกทางธรรมชาติที่เลี่ยงไม่ได้เมื่ออายุมากขึ้น แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันกลับเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่าฮอร์โมนจะลดลงอย่างรวดเร็วหรือค่อยเป็นค่อยไป สำหรับผู้ชายวัย 35 ปีขึ้นไป การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เชิงรุก ทั้งการออกกำลังกาย การจัดการคุณภาพการนอน และการเลือกรับประทานอาหารเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาความสมดุลของระดับฮอร์โมนได้
1. ออกกำลังกายด้วยวิธี Weight Training
การฝึกด้วยแรงต้าน เช่น การยกน้ำหนัก ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการกระตุ้นการหลั่งเทสโทสเตอโรน งานวิจัยพบว่าผู้ชายที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอมีระดับฮอร์โมนเพศชายสูงกว่า และในผู้ชายที่มีน้ำหนักเกิน การออกกำลังกายให้ผลดีกว่าการควบคุมอาหารเพียงอย่างเดียว
2. ลดความเครียด
ความเครียดมีความสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศชาย จากการที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงเกินไปและเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในการผลิตฮอร์โมนเพศชายโดยตรง ซึ่งส่งผลให้เทสโทสเตอโรนลดลงเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังยังกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศและความต้องการทางเพศได้โดยตรง เพื่อสุขภาพที่ดีและระดับฮอร์โมนเพศชายที่เหมาะสม ควรต้องพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดซ้ำๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดอย่างสม่ำเสมอ
3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
โดยส่วนมากร่างกายจะหลั่งเทสโทสเตอโรนระหว่างการนอนหลับ มีงานศึกษาจากสหรัฐอเมริกาพบว่า การนอนน้อย แค่ 5 ชั่วโมงต่อคืน สัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศชายถึง 15% ในขณะที่การนอนหลับ 7–10 ชั่วโมง ต่อคืนช่วยให้ระดับเทสโทสเตอโรนฟื้นกลับมาได้ในสัดส่วนที่เท่ากัน
4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมดุลฮอร์โมน
อาหารที่ช่วยสนับสนุนการผลิตเทสโทสเตอโรน ได้แก่
5. เสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการผลิตฮอร์โมนเพศชาย
แม้การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ด้วยปัจจัยอื่นที่ทำให้ฮอร์โมนชายต่ำ การรับประทานอาหารอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนจึงจำเป็นต้องเสริมการรับประทาน วิตามินเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่ กลุ่ม ZMA วิตามินบี แอลคาร์นิทีน และซีลีเนียม ซึ่งสารอาหารกลุ่มนี้มีส่วนช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มจำนวนอสุจิ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

เทสโทสเตอโรนแบบกิน เป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ ต่างจาก วิตามินเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ที่เป็นสารอาหารและแร่ธาตุที่มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วนไวอากร้าคือยาที่ใช้รักษาสภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งมีบ่งใช้และข้อควรระวังที่แตกต่างกัน
วิตามินกลุ่ม ZMA ประกอบไปด้วย Zinc Vitamin B6 และ Magnesium เป็นแร่ธาตุหลักที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนและการผลิตฮอร์โมนเพศชาย มีส่วนช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการอ้วนลงพุง และช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุเข้าสู่เซลล์
ผู้ชายตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป จะมีการสร้างฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรนลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี จึงควรเริ่มดูแลสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อชะลอการลดลงของฮอร์โมนเพศตามวัย ส่วนผู้ชายที่สังเกตตนเอง แล้วพบว่ามีอาการแสดงของฮอร์โมนเพศชายต่ำ ควรเข้ารับการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด เพื่อหาสาเหตุและการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ช่องคลอดแห้ง เกิดจากอะไร สาเหตุและวิธีดูแลความชุ่มชื้นจากภายใน