Key takeaway / Summary of topic answer
ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทอง (Menopause) อย่างเต็มรูปแบบในช่วงอายุ 45-55 ปี เมื่อรังไข่หยุดสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน จะส่งผลให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน และช่องคลอดแห้ง การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมควรครอบคลุมทั้งการปรับพฤติกรรมอาหาร ออกกำลังกาย จัดการความเครียด ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเสริม 3 สารอาหารที่มีการศึกษารองรับ ได้แก่ สารสกัดจากแบล็กโคฮอสที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทต่อสารเซโรโทนินในสมอง สารสกัดจากจมูกถั่วเหลืองที่มีสารไอโซฟลาโวนซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเอสโตรเจนและมีการศึกษาในผู้หญิงวัยทองอย่างต่อเนื่อง และน้ำมันดอกอีฟนิงพริมโรสที่มีกรดไขมัน GLA เป็นองค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ผิว อย่างไรก็ตาม หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
การเข้าสู่ วัยทอง เป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของผู้หญิงทุกคน โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงไทยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนอายุประมาณ 50 ปี แต่ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจเริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการต่างๆ ที่อาจกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้
มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัยทอง ตั้งแต่อาการที่อาจเกิดขึ้น ตลอดวิธีดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง พร้อมแนะนำ 5 วิตามินและสารอาหารสำคัญที่จะช่วยคุณภาพชีวิตของผู้หญิงวัยทองดีขึ้น
วัยทอง หรือที่เรียกในภาษาทางการแพทย์ว่า Menopause คือ ช่วงอายุระหว่าง 45-55 ปี ที่ร่างกายของผู้หญิงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกี่ยวกับระบบฮอร์โมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรังไข่จะค่อยๆ หยุดทำงานและไม่มีการตกไข่อีกต่อไป เมื่อรังไข่หยุดทำงาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพศหญิง ที่เรียกว่า เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ลดน้อยลงอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนนี้จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ หรือที่เรียกว่า อาการวัยทอง ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจได้อีกด้วย
หลายคนมักเข้าใจว่า วัยทอง และ ภาวะหมดประจำเดือน เป็นคำเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดย วัยทอง จะครอบคลุมช่วงอายุตั้งแต่ช่วงก่อนหมดประจำเดือน (Perimenopause) ไปจนถึงหลังหมดประจำเดือน (Postmenopause) ส่วน ภาวะหมดประจำเดือน (Menopause) จะเป็นช่วงที่ประจำเดือนหยุดมาเป็นเวลา 12 เดือนติดต่อกัน โดยไม่มีสาเหตุอื่น เช่น การตั้งครรภ์ หรือโรคประจำตัว เป็นต้น
การเข้าสู่วัยทองเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ผู้หญิงที่เข้าสู่ช่วงอายุตั้งแต่
ช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้ (Menopause Transition) จะใช้เวลาประมาณ 4-5 ปี เป็นช่วงที่ผู้หญิงจะเริ่มมีอาการผิดปกติต่างๆ รวมทั้งประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอก่อนที่จะหยุดไปอย่างถาวร
ภาวะหมดประจำเดือนจะเริ่มขึ้นเมื่ออายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป แต่อาจเร็วหรือช้ากว่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ โดยภาวะหมดประจำเดือนเป็นผลมาจากการที่รังไข่หยุดทำงาน ไม่มีการตกไข่และไม่สร้างฮอร์โมนเพศอีกต่อไป จึงมักพบอาการเหล่านี้บ่อยๆ
อาการของวัยทองมีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางคนอาจมีอาการรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงไม่ได้มีผลต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสารเคมีในสมองที่ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และการทำงานของสมองด้วย เช่น
นอกจากอาการที่เกิดขึ้นในช่วงแรกของวัยทองแล้ว การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในระยะยาวยังอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้
อ่านต่อ : ฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำไมสำคัญกับผู้หญิง

การดูแลสุขภาพในวัยทองถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้หญิงวัยทอง การได้รับสารอาหารและวิตามินที่เหมาะกับวัยจะช่วยลดความรุนแรงของอาการวัยทองได้
ต้นแบล็กโคโฮส เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนและเพิ่มการหลั่งสารเซโรโทนินในสมองส่วนของการควบคุมอารมณ์และอุณหภูมิในร่างกาย เหมาะสำหรับผู้หญิงวัยทองที่มีอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน เหงื่อออกตอนกลางคืน หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
ในจมูกถั่วเหลืองจะมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ไอโซฟลาโวน’ ที่ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนจากธรรมชาติในปริมาณสูง จึงช่วยกระตุ้นลักษณะของเพศหญิงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดความหย่อนคล้อยของทรวงอก ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง และยังช่วยลดปัญหาช่องคลอดแห้งได้
เมื่อเข้าสู่วัยทอง มักพบปัญหาผิวแห้ง แพ้ง่าย ซึ่งในน้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรสที่ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิวหนัง รวมถึงช่วยให้อักเสบน้อยลง
การรับประทานฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) มีทั้งประโยชน์และความเสี่ยง จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล
ดังนั้น หากอาการวัยทองรบกวนการใช้ชีวิตอย่างมาก ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด
ได้สามารถลดหรือบรรเทาอาการวัยทองด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เสริมการรับประทานอาหารที่มีไอโซฟลาโวน หรือใช้สารสกัดจากแบล็กโคโฮสเป็นทางเลือก โดยสามารถรับประทาน ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 1-2 ครั้ง หรือตามคำแนะนำของแพทย์ หลังจากใช้ต่อเนื่องแล้ว 6 เดือน ควรหยุดใช้ยาประมาณ 1-2 เดือน
ข้อควรระวัง
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ช่องคลอดแห้ง เกิดจากอะไร สาเหตุและวิธีดูแลความชุ่มชื้นจากภายใน