Key takeaway / Summary of topic answer
ฝุ่น PM 2.5 ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 20-30 เท่า สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ลึกถึงถุงลมปอด และมีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮิสตามีน ทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจ และกดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน จนก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้อากาศที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูกไหล คัดจมูก คันตา ผื่นลมพิษ หรือหายใจไม่สะดวก ยาแก้ภูมิแพ้รุ่นที่ 2 อย่างเซทิริซิน (Cetirizine) มีส่วนช่วยยับยั้งการหลั่งฮิสตามีน และเริ่มออกฤทธิ์ได้เร็วกว่ายาในกลุ่มเดียวกันหลายชนิด รวมถึงมีผลทำให้ง่วงน้อยกว่ายารุ่นที่ 1 ทั้งนี้ในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง ควรสวมหน้ากากป้องกันเมื่อออกนอกอาคาร สังเกตระดับความรุนแรงของอาการ และปรึกษาแพทย์หากอาการกำเริบมากขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่าง “ภูมิแพ้อากาศ” ที่ต้องเผชิญกับอาการกำเริบที่รุนแรงกว่าเดิม ในขณะที่หลายคนเริ่มมีอาการภูมิแพ้อากาศ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งฝุ่น PM 2.5 นั้น นอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นแพ้ผิวหนัง มีอาการคัน ผื่นลมพิษกำเริบ รวมถึงอาการภูมิแพ้อื่นๆ ตามมาอีกด้วย
ภูมิแพ้อากาศ หรือ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) เป็นปฏิกิริยาการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ซึ่งเกิดจากการตอบสนองที่มากเกินไปของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen)ในอากาศ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น เศษขนสัตว์ รวมถึง ฝุ่น PM 2.5 ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ง่าย เมื่อร่างกายสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5
จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและหลั่งสารฮิสตามีนซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ต่างๆ โดยฝุ่น PM 2.5 นั้น เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 20-30 เท่า) ความอันตรายของฝุ่นชนิดนี้ คือ ขนาดที่เล็กมาก จนสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นาน และเมื่อเราหายใจเข้าไป ฝุ่นเหล่านี้สามารถผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนลึกเข้าไปถึงถุงลมปอด และ บางส่วนสามารถซึมผ่านเข้ากระแสเลือดได้อีกด้วย จึงส่งผลต่อโรคภูมิแพ้อากาศในหลายมิติ ดังนี้
จากงานวิจัยในประเทศไทย พบว่าในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน จำนวนผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการภูมิแพ้อากาศเพิ่มขึ้นราว 15-20% และ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศเรื้อรัง มีอาการกำเริบรุนแรงมากขึ้นถึง 30% ซึ่งอาการที่พบบ่อย ได้แก่
อาการภูมิแพ้อากาศนั้น สามารถแบ่งตามระดับความรุนแรงได้เป็น
หากใครที่มีอาการภูมิแพ้อากาศ ผื่นขึ้น แน่นหน้าอก หรือ พบอาการผิดปกติรุนแรง ควรสังเกตว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อใด มีปัจจัยกระตุ้นอะไรบ้าง และมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 สูง ควรเฝ้าสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิด หากมีอาการรุนแรงขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ส่วนอาการภูมิแพ้เป็นๆ หายๆ หรือ อาการที่ไม่รุนแรงมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถดูแลความสะอาดของร่างกายและรับประทานยาแก้แพ้ด้วยตนเองได้
อ่านต่อ : ภูมิแพ้ฝุ่น PM 2.5 อาการเป็นๆ หายๆ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

เมื่อมีอาการภูมิแพ้อากาศ คันจมูก หรือ มีผื่นขึ้นตามตัว โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 สูง การเลือกใช้ ยาแก้แพ้ ที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ให้ลดลงได้ โดยยาแก้ภูมิแพ้แต่ละกลุ่มมีกลไกการออกฤทธิ์และประสิทธิภาพในการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งยาแก้แพ้ชนิดรับประทานนั้นจะออกฤทธิ์โดยการปิดกั้นตัวรับฮิสตามีนของร่างกายซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือ ที่เรียกว่า ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการรักษาโรคภูมิแพ้อากาศนั้น ไม่สามารถบอกได้ชัดเจน ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ รวมถึงความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ของแต่ละคน หากในช่วงที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูง ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นอนุภาคเล็กได้ เมื่อจำเป็นต้องออกนอกอาคาร รวมถึงสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและการเกิดผื่นคัน หากมีอาการภูมิแพ้อากาศ ไม่ว่าจะเป็น คันจมูก น้ำมูกไหล มีผื่น หรือ ลมพิษกำเริบ สามารถรับประทานยาแก้ภูมิแพ้ เพื่อบรรเทาอาการ และ หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ให้ได้มากที่สุด
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ยาแก้แพ้ กับเรื่องที่ต้องรู้
รคภูมิแพ้แก้ได้ เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็คิดว่ายาก
หลักการกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรคโควิด-19 และโรคหวัด