วิตามินซีสำหรับเด็ก คู่มือเลือกซื้อและรับประทานอย่างถูกวิธี

ภูมิคุ้มกัน
เด็กผู้หญิงถือวิตามินซีสำหรับเด็กในรูปแบบเจลลี่

Key takeaway / Summary of topic answer

วิตามินซี เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารหรือการเสริมอย่างเหมาะสม วิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และอาจช่วยลดระยะเวลาการป่วยจากหวัด เด็กควรได้รับจากผักและผลไม้เป็นหลัก แต่ในเด็กที่เลือกกินหรือป่วยบ่อย การเสริมวิตามินซีสำหรับเด็กตามช่วงวัยและไม่เกินปริมาณที่แนะนำก็เป็นตัวช่วยที่ปลอดภัย โดยควรเลือกรูปแบบที่เหมาะกับเด็ก มีมาตรฐาน และเสริมควบคู่กับการกินอาหารให้ครบหมู่ พักผ่อนเพียงพอ และดูแลสุขอนามัย เพื่อให้เด็กแข็งแรงและเติบโตได้อย่างสมวัย

Table of Content


    การรับประทานวิตามินซี (Vitamin C) เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันถือเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเด็ก เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันเป็นกลไกการปกป้องร่างกายและต้านทานเชื้อโรคตามธรรมชาติ เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันแข็งแรง จะช่วยลดโอกาสเจ็บป่วยได้ ซึ่งวิตามินซีเป็นวิตามินที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้และต้องได้รับจากสารอาหารเท่านั้น การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ร่วมกับการเสริมด้วยวิตามินซีสำหรับเด็กอย่างเพียงพอ จะช่วยให้เด็กไม่ป่วยง่ายและเจริญเติบโตได้อย่างสมวัย

    วิตามินซี (Vitamin C) หรือกรดแอสคอร์บิค (Ascorbic Acid) เป็นวิตามินชนิดละลายในน้ำ มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในร่างกาย มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ (Antioxidant) ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น นับเป็นวิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็กที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม

    การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำช่วยลดระยะเวลาที่ป่วยเป็นไข้หวัดในเด็กได้ถึง 14% รวมถึงช่วยป้องกันโรคหวัดและเลือดออกตามไรฟันอีกด้วย นอกจากนี้วิตามินซียังมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเด็ก ๆ อีกหลายประการ ได้แก่

    • ช่วยให้ผิวหนัง กระดูก กระดูกอ่อน และกล้ามเนื้อของเด็กแข็งแรงขึ้นและยืดหยุ่นได้ดี
    • ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน หรือโรคลักปิดลักเปิดในเด็ก
    • ช่วยให้เหงือกและหลอดเลือดแข็งแรง รวมถึงช่วยสมานแผลและลดการเกิดรอยฟกช้ำ
    • ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาวให้กำจัดเชื้อโรคในร่างกายได้ดีขึ้น
    • ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อการบำรุงเลือดและสมอง

    การได้รับวิตามินซี (Vitamin C) อย่างเพียงพอจะช่วยป้องกันภาวะพร่องวิตามินซี (Ascorbic Acid Deficiency) รวมถึงช่วยเสริมภูมิต้านทานเพื่อป้องกันโรคหวัดและอาการภูมิแพ้ในเด็กได้ โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันสามารถแบ่งออกตามช่วงวัยได้ ดังนี้

    ช่วงอายุเด็กปริมาณที่แนะนำต่อวัน(มิลลิกรัม)ปริมาณสูงสุดที่ควรได้รับต่อวัน(มิลลิกรัม)
    เด็กอายุ 1-3 ปี20-25 มิลลิกรัม/วันไม่เกิน 400 มิลลิกรัม/วัน
    เด็กอายุ 4-5 ปี25-30 มิลลิกรัม/วันไม่เกิน 650 มิลลิกรัม/วัน
    เด็กอายุ 6-8 ปี30-40 มิลลิกรัม/วันไม่เกิน 650 มิลลิกรัม/วัน
    เด็กอายุ 9-18 ปี60-100 มิลลิกรัม/วัน9-13 ปี ไม่เกิน 1,200 มิลลิกรัม/วัน14-18 ปี ไม่เกิน 1,800 มิลลิกรัม/วัน

    นอกจากนี้ เด็กทารกยังสามารถรับวิตามินซีผ่านน้ำนมแม่ได้ โดยผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรควรได้รับวิตามินซีประมาณ 90-100 มิลลิกรัมต่อวัน หากต้องการรับประทานผลิตภัณฑ์วิตามินซีเสริม ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซีแบบเม็ด วิตามินซีแบบชง หรือวิตามินซีเม็ดฟู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
    อ่านต่อเพิ่มเติม : วิตามินซี แบบเม็ด แบบชง หรือแบบขวดแช่ เลือกกินแบบไหนดีกว่ากัน?

    วิตามินซีสำหรับเด็กควรรับประทานควบคู่กับผักผลไม้และอาหารที่มีประโยชน์

    เด็กควรได้รับวิตามินซีจากอาหารหรือวิตามินเสริม ?

    เด็กควรได้รับวิตามินซีจากอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะผักและผลไม้สด เพราะนอกจากจะได้รับวิตามินซีแล้ว ยังได้รับใยอาหารและสารอาหารอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมไปพร้อมกันด้วย

    แต่ในเด็กบางกลุ่ม เช่น เด็กที่เลือกกินผักผลไม้ เด็กที่ป่วยบ่อย หรือช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงที่ร่างกายต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ วิตามินซีสำหรับเด็กคือตัวช่วยที่จะทำให้เด็กได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม โดยควรเลือกสูตรที่เหมาะกับวัย ไม่เกินปริมาณที่แนะนำ และควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อให้ปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด

    วิตามินซีพบมากในผักและผลไม้ เช่น พริกหวาน มะระขี้นก บรอกโคลี ถั่วลันเตา ผักโขม ฝรั่ง มะนาว แต่เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบรับประทาน ส่งผลให้เด็กขาดวิตามินซีมากขึ้น การเสริมด้วยวิตามินซีในรูปแบบอาหารเสริมจึงเป็นตัวช่วยหนึ่งในการดูแลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เด็กกินได้ง่าย เหมาะกับวัย เช่น เม็ดอม เจลลี่สำหรับเด็กเล็ก หรือแบบชงดื่มสำหรับเด็กโต และหลีกเลี่ยงสูตรที่มีน้ำตาลสูง เพื่อให้เด็กได้รับวิตามินซีอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัย

    สำหรับผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อวิตามินซีเด็กยี่ห้อไหนดีให้บุตรหลานรับประทาน สามารถพิจารณาเลือกได้ตามปัจจัยเหล่านี้

    1. มีปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอสำหรับเด็ก

    ร่างกายของเรายังสามารถดูดซึมวิตามินซีได้ 50-75% เช่น หากต้องการเสริมวิตามินซีให้ได้ 30 มิลลิกรัมต่อวัน จะต้องรับประทานวิตามินซีวันละ 60 มิลลิกรัม จึงต้องเลือกยี่ห้อที่มีปริมาณวิตามินซีเพียงพอ

    2. เลือกวิตามินซีที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ

    อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ว่ามีเลข อย. ที่ถูกต้องหรือไม่ โดยผลิตภัณฑ์ต้องไม่หมดอายุและมีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง หากไม่มั่นใจอาจสังเกตสีของวิตามินซีก่อนรับประทาน หากเป็นแบบเม็ด ต้องมีสีตามที่ฉลากระบุ ไม่มีจุดเล็ก ๆ ขึ้นบนเม็ดวิตามินซี หรือหากเป็นแบบผง ต้องไม่จับตัวเป็นก้อนหรือมีกลิ่นผิดปกติจากความชื้น

    3. ส่วนผสมอื่น ๆ ในผลิตภัณฑ์

    เลือกสูตรที่น้ำตาลต่ำหรือไม่เติมน้ำตาล เพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ หลีกเลี่ยง สี กลิ่นสังเคราะห์ และสารกันเสียที่ไม่จำเป็น และตรวจฉลากว่ามีสารที่เด็กแพ้หรือไม่

    4. เลือกวิตามินซีที่เหมาะกับสุขภาพของเด็ก

    สำหรับเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและระบบย่อยอาหาร อาจเลือกรับประทานวิตามินซีแบบชงดื่มหรือแบบเม็ดฟู่ที่ละลายน้ำและดื่มได้ทันที เพราะร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่ายกว่าแบบเม็ดหรือแบบแคปซูล โดยรับประทานพร้อมมื้ออาหารเพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

    วิตามินซีสำหรับเด็กรูปแบบต่าง ๆ พร้อมคุณสมบัติเด่น

    รูปแบบวิตามินซีสำหรับเด็กมีกี่แบบ ?

    • วิตามินซีแบบน้ำหรือแบบชงดื่ม : เหมาะกับเด็กเล็กหรือเด็กที่กลืนเม็ดยาไม่ได้
    • วิตามินซีแบบเม็ดอมหรือแบบเม็ดเคี้ยว : รับประทานง่าย เด็กยอมกินมากขึ้น แต่ควรดูปริมาณน้ำตาลก่อนเลือกซื้อ
    • วิตามินซีแบบเจลลี่ : รูปแบบคล้ายขนม เหมาะกับเด็กที่ปฏิเสธการรับประทานแบบเม็ด
    • วิตามินซีแบบเม็ดฟู่ : ใช้ละลายน้ำดื่ม เหมาะกับเด็กโตหรือวัยเรียน ควรดื่มหลังเม็ดฟู่ละลายหมด และไม่มีฟองอากาศแล้ว

    ครอบครัวไหนที่ยังกังวลใจว่าลูกเป็นภูมิแพ้ ควรกินวิตามินอะไรดี วิตามินซีคือคำตอบ เพราะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเด็กโดยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น ลดการอักเสบ และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วเมื่อป่วย นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์ภูมิคุ้มกันจากมลภาวะ ความเครียดของร่างกาย และการติดเชื้อ

    อย่างไรก็ตาม การเสริมวิตามินซีควรทำควบคู่กับการดูแลขั้นพื้นฐานอื่น ๆ เช่น รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และรักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลพิษ ในบางกรณีอาจพิจารณาเสริมวิตามินดี สังกะสี หรือโปรไบโอติกเพิ่มเติม แต่ควรเลือกให้เหมาะกับช่วงวัย และปรึกษาแพทย์หากเด็กมีโรคประจำตัวหรือป่วยบ่อย เพื่อให้การเสริมภูมิคุ้มกันปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น ไม่เจ็บป่วยง่าย และสามารถเติบโตตามวัยได้อย่างสมบูรณ์

    Q : วิตามินซีสำหรับเด็ก ควรกินตอนไหนของวันดีที่สุด ?

    A : ควรกินพร้อมอาหารเช้า เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ และช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี

    Q : เด็กที่กินผักผลไม้ทุกวัน ยังจำเป็นต้องเสริมวิตามินซีหรือไม่ ?

    A : หากเด็กกินผักผลไม้หลากหลายและได้ปริมาณเพียงพอ อาจไม่จำเป็นต้องเสริม แต่หากกินได้น้อย ป่วยบ่อย หรือเลือกกิน การเสริมวิตามินซีในปริมาณเหมาะสมสามารถช่วยได้

    Q : วิตามินซีช่วยป้องกันหวัดในเด็กได้จริงหรือไม่ ?

    A : วิตามินซีไม่สามารถป้องกันหวัดได้โดยตรง แต่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและอาจลดความรุนแรงหรือระยะเวลาการป่วยได้

    Q : หากเด็กมีอาการท้องเสียหลังรับประทานวิตามินซี ควรทำอย่างไร ?

    A : ควรหยุดรับประทาน ลดปริมาณ หรือเปลี่ยนรูปแบบ เช่น กินพร้อมอาหาร หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

    Q : วิตามินซีสามารถกินร่วมกับวิตามินหรืออาหารเสริมอื่นได้หรือไม่ ?

    A : โดยทั่วไปสามารถกินร่วมกันได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการได้รับวิตามินซีเกินปริมาณที่แนะนำ และอ่านฉลากเพื่อลดความซ้ำซ้อนของสารอาหาร

    อ้างอิง

    1. ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับ. https://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/7189/ปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายควรได้รับ
    2. รู้จักชนิดวิตามินซีและการทานที่ถูกต้อง. https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/know-vitamin-c-deeply
    3. วิตามินซี : เด็กกินมากเกิดไปอาจฟันผุหมดปาก ผู้ใหญ่อาจเจอภาวะนิ่วในไต. https://psub.psu.ac.th/?p=11350
    4. อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก สารอาหารที่ช่วยให้ลูกสุขภาพดี. https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/vitamins-for-kids-immune-systems

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    หวัด ภูมิแพ้

    ยาแก้แพ้ กับเรื่องที่ต้องรู้

    หวัด ภูมิแพ้

    รคภูมิแพ้แก้ได้ เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็คิดว่ายาก

    ภูมิคุ้มกัน

    หลักการกินสมุนไพรฟ้าทะลายโจรเพื่อรักษาโรคโควิด-19 และโรคหวัด