หวัดลงคอ เป็นอาการหนึ่งที่เกิดจากโรคหวัด หมายถึง อาการคออักเสบหรือ คอหอยอักเสบ (Pharyngitis) ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณระบบทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งมักทำให้เกิดอาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล และมีไข้ จนลามลงไปในคอ ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำคอและกล่องเสียง ทำให้มีอาการเจ็บคอ เสียงหาย พูด หรือ กลืนน้ำลายได้ลำบาก
หวัดลงคอ เป็นอาการที่พบบ่อยเมื่อเป็นหวัด คัดจมูก ร่วมกับอาการไอ จาม และมีน้ำมูก โดยสาเหตุหลักมักเกิดจากการติดเชื้อ ไวรัส (Virus) ในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น Rhinovirus หรือ Influenza เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางจมูกหรือปาก มักจะเกาะติดกับเยื่อบุทางเดินหายใจทำให้ผนังคอและกล่องเสียงบวมขึ้นจากการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการเจ็บคอและเสียงเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้เสียงแหบ เช่น การใช้เสียงที่มากเกินไปในขณะป่วย ควันบุหรี่ มลภาวะ ฝุ่น PM 2.5 หรือสภาพแวดล้อมที่แห้งและเย็นจัด ที่ทำให้อาการเจ็บคอรุนแรงขึ้น
อาการหวัดลงคอที่เกิดจากไวรัส จะมีอาการที่แบ่งเป็นระยะตามการแพร่กระจายของเชื้อ ดังนี้
การดูแลตัวเองในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เป็นสิ่งสำคัญเมื่อมีอาการหวัดลงคอ เพราะจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและย่นระยะเวลาของอาการเจ็บคอจากหวัดได้
หากเป็นหวัดลงคอ มักมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก เสียงหาย การดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ จะช่วยให้ช่องคอชุ่มชื้น ลดเสมหะที่อยู่ในลำคอได้ นอกจากนี้ การกลั้วคอด้วยน้ำอุ่น จะช่วยลดแรงดันจากความบวมและช่วยชะล้างเชื้อโรคในลำคอเบื้องต้น โดยผสมเกลือ ½ ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว กลั้วคอนาน 30 วินาทีแล้วบ้วนทิ้ง ทำ 3–4 ครั้งต่อวัน
เมื่อมีอาการเจ็บคอ กลืนไม่ได้ จากหวัดลงคอ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด โดยเลือกอาหารอ่อน เคี้ยวกลืนได้ง่าย และมีคุณค่าทางสารอาหาร โดยเฉพาะ ซุปไก่ หรือที่รู้จักกันในตำรับ Grandma’s soup ที่ประกอบด้วย ไก่ มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย ซึ่งได้รับการยอมรับว่า ช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกและป้องกันไม่ให้เกิดการไอซ้ำซ้อน เนื่องจากในเนื้อไก่มีกรดอะมิโนซีสเทอีน (Cysteine) ที่มีสูตรโครงสร้างทางเคมีคล้ายคลึงกับยาขับเสมหะอย่าง อะเซทิลซีสเทอีน (Acetylcysteine) จึงช่วยลดการอักเสบในปอด และลดอาการไอ ไอมีเสมหะได้
ในช่วงที่เจ็บคอจากหวัดลงคอ โดยเฉพาะคนที่ใช้เสียงมากๆ เช่น พูดหรือร้องเพลงนาน ๆ อาจทำให้เส้นเสียงและเยื่อบุบริเวณกล่องเสียงอ่อนแอและอักเสบได้ง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้เสียงในช่วง 2–3 วันแรก จะช่วยลดการอักเสบของเส้นเสียงได้มากขึ้น รวมถึงหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะที่อาจทำให้เจ็บคอมากขึ้น
อาการเจ็บคอ ไอ มีเสมหะจากหวัดลงคอ ส่งผลให้กลืนลำบาก การใช้เสปรย์พ่นตรงที่คอทำให้สารออกฤทธิ์สัมผัสเยื่อบุคอโดยตรง โดยเฉพาะสเปรย์พ่นคอที่มีสารสำคัญกลุ่ม Coumarins และ Proanthocyanidins ที่จะออกฤทธิ์ขัดขวางการยึดเกาะของไวรัส และ แบคทีเรีย กับเยื่อบุทางเดินหายใจ ช่วยให้ขับเสมหะออกจากทางเดินหายใจได้เร็วขึ้น ซึ่งสารเหล่านี้พบได้ในสารสกัดธรรมชาติอย่าง เพลาร์โกเนียม (Pelargonium Sidoides) โดยใช้พ่นคอก่อนรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำประมาณ 15 – 30 นาทีในช่วงที่มีอาการ
ยาอมทั่วไปส่วนใหญ่มีสารยาชาเฉพาะที่ เช่น Benzocaine หรือ Menthol ซึ่งบรรเทาความเจ็บปวดชั่วคราวโดยไม่ได้ออกฤทธิ์ต้านไวรัส แต่ใน สเปรย์พ่นคอ มักมีสารสกัดออกฤทธ์ต้านไวรัส และ แบคทีเรีย โดยตรง ลดอาการเจ็บคอ ไอ น้ำมูกไหล คัดจมูก เช่น สาร Coumarin จากรากเพลาร์โกเนียม ที่ช่วยในการย่นระยะอาการของโรคทางเดินหายใจส่วนบนได้
ไม่จำเป็นต้องกินยาปฏิชีวนะ แต่สามารถรับประทานยาบรรเทาอาการได้หากมีไข้ หรือน้ำมูก โดยรับประทานยาตามอาการที่เป็นและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม อาการจะหายได้ใน 3-7 วัน
กินยาตามอาการ โดยอาการหวัดลงคอ ไอ มีน้ำมูก เป็นอาการที่พบบ่อยในโรคไข้หวัด ซึ่งสามารถหายเองได้ภายใน 3-7 วันโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากเป็นหวัดเจ็บคอ สามารถใช้ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก หรือสเปรย์พ่นคอเพื่อบรรเทาอาการได้
เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน
ยาแก้แพ้ กับเรื่องที่ต้องรู้
รคภูมิแพ้แก้ได้ เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็คิดว่ายาก