ตาไม่สู้แสง แสบตาบ่อย ? 6 วิธีปรับพฤติกรรมเพื่อถนอมดวงตา

หญิงสาวมีอาการตาสู้แสงไม่ได้ เนื่องจากจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

Key takeaway / Summary of topic answer
อาการตาสู้แสงไม่ได้ หรือภาวะตาแพ้แสง (Photophobia) เป็นสัญญาณเตือนว่าดวงตาเริ่มไวต่อแสงผิดปกติ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การจ้องหน้าจอนานเกินไป ภาวะตาแห้ง หรืออาจเป็นข้อบ่งชี้ของโรคตาและระบบประสาทที่ซ่อนอยู่ การสังเกตสัญญาณเตือนร่วมกับการปรับพฤติกรรม สภาพแวดล้อม และการเลือกสารอาหารบำรุงสายตาที่เหมาะสม จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยถนอมดวงตาคู่สำคัญในระยะยาว

Table of Contents

    เวลาเดินออกไปเจอแสงแดดจัดตอนกลางวัน หรือนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ในห้องที่เปิดไฟสว่าง แล้วรู้สึกแสบตา ตาพร่า จนต้องคอยหรี่ตาหรือยกมือขึ้นบังบ่อย ๆ สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจชั่วคราว แต่คืออาการ “ตาสู้แสงไม่ได้” หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะอาการตาแพ้แสง (Photophobia) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าดวงตาอาจกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพบางอย่างอยู่

    การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราดูแลและปกป้องดวงตาคู่สำคัญได้อย่างถูกวิธี ก่อนที่อาการจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

    อาการตาสู้แสงไม่ได้ (Photophobia) คืออะไร ?

    ตาสู้แสงไม่ได้ หรือตาไวต่อแสง คือ ภาวะที่ดวงตามีความไวต่อสิ่งเร้าประเภทแสงมากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นแสงธรรมชาติอย่างแสงแดด หรือแสงสังเคราะห์จากหลอดไฟ หน้าจอสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์

    เมื่อดวงตาสัมผัสกับแสงเหล่านั้น จะไปกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกให้เกิดความระคายเคือง จนส่งผลให้ร่างกายแสดงปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ เช่น

    • ต้องหรี่ตาหรือหลับตาลงทันทีเมื่อเจอแสง
    • มีน้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่ได้ร้องไห้
    • รู้สึกแสบตา ตาแห้ง หรือระคายเคืองคล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในดวงตา
    • ในบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วยเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางแสงจ้า

    ตาแพ้แสง สู้แสงไม่ได้ เกิดจากอะไร ?

    ภาวะตาไม่สู้แสงแดด สามารถเกิดขึ้นได้จาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

      1. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม

    การจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีส่วนทำให้ความถี่ในการกะพริบตาลดลง ส่งผลให้ดวงตาแห้งและเกิดความระคายเคืองได้ง่าย รวมถึงการพักอาศัยหรือทำงานในห้องปรับอากาศที่มีอากาศแห้ง ตลอดจนการต้องเผชิญกับแสงแดดจัด ลม และฝุ่นควันเป็นประจำในชีวิตประจำวัน

      2. ความผิดปกติและโรคทางตา

    กลุ่มอาการตาแห้งเรื้อรัง รวมถึงภาวะกระจกตาอักเสบ ม่านตาอักเสบ ต้อกระจก หรือในผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดทำเลสิก (LASIK) มาใหม่ ๆ ซึ่งโครงสร้างดวงตาอาจยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูสภาพผิว จึงทำให้มีความไวต่อสิ่งกระตุ้นรอบตัวได้ง่ายกว่าปกติ

      3. โรคระบบประสาทและร่างกาย

    อาการตาแพ้แสงมักพบร่วมกับผู้ป่วยโรคไมเกรน เนื่องจากระบบประสาทมีความไวต่อสิ่งเร้ามากกว่าปกติ นอกจากนี้ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขยายม่านตา ก็ส่งผลให้ดวงตาปรับแสงลดลงชั่วคราวเช่นเดียวกัน

    สังเกตอาการร่วม ตาไม่สู้แสงแบบไหนที่ควรเริ่มกังวล ?

    หากคุณพบอาการตาสู้แสงไม่ได้ หรือตาปรับแสงไม่ทัน ควบคู่กับอาการเหล่านี้ ควรเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม 

    • มีอาการตาแดงเรื้อรัง มองเห็นภาพเบลอ หรือภาพซ้อน
    • รู้สึกปวดเบ้าตาอย่างรุนแรง หรือมีอาการปวดร้าวลามไปถึงศีรษะ
    • มีขี้ตาเหนียวสีเขียวหรือสีเหลือง ซึ่งอาจเป็นข้อบ่งชี้ของการติดเชื้อ
    • ดวงตาเกิดภาวะไวต่อแสงขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน โดยไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงนำมาก่อน
    • มองเห็นจุดดำลอยไปลอยมา หรือรู้สึกเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบภายในดวงตา

    แนวทางการดูแลและปกป้องดวงตาในเบื้องต้น

    เพื่อป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของอาการดังกล่าว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อถนอมสายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยสามารถปฏิบัติตามแนวทางเบื้องต้น ดังนี้

     สวมแว่นตากันแดดที่มีประสิทธิภาพ

    ทุกครั้งที่ต้องเผชิญกับแดดจัด ควรเลือกสวมแว่นตากันแดดที่สามารถกรองรังสี UV ได้ เพื่อช่วยลดปริมาณความเข้มของแสงที่จะเข้าสู่ดวงตาโดยตรง

     ปรับแสงสว่างในสภาพแวดล้อม

    จัดความสว่างภายในห้องทำงานหรือห้องนอนให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่มืดหรือจ้าจนเกินไป พร้อมทั้งปรับลดค่าความสว่างของหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัลให้อยู่ในระดับที่สบายตา

    ใช้กฎ 20-20-20

    เมื่อจำเป็นต้องทำงานหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล ทุก ๆ 20 นาที ควรพักสายตาด้วยการมองออกไปที่ระยะไกลประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพื่อช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อตา

     เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

    หากมีภาวะตาแห้งร่วมด้วย การใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเป็นระยะ จะช่วยเคลือบผิวหน้าดวงตาและบรรเทาอาการระคายเคืองได้

    พักผ่อนให้เพียงพอ

    นอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายและเนื้อเยื่อดวงตาได้รับการซ่อมแซมและฟื้นฟูตามธรรมชาติ

    รับประทานอาหารและวิตามินบำรุงดวงตา

    เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ เช่น ลูทีน ซีแซนทีน วิตามินเอ และสารสกัดจากบิลเบอร์รี่ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงาน และช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ดวงตาตามวัยอย่างเหมาะสม

    วิตามินบำรุงดวงตา ตัวช่วยดูแลสุขภาพดวงตาอย่างเหมาะสม

    แนวทางบรรเทาอาการตาไม่สู้แสง คือ ปรับแสงสว่าง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา และพักผ่อนให้เพียงพอ

    สรุปแนวทางดูแลดวงตาคู่สำคัญ

    อาการตาไวต่อแสงอาจเป็นเพียงอาการตาแห้งทั่วไป หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนระยะแรกของโรคทางตาที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ค้นหาวิธีแก้ตาแห้งที่เหมาะสม ตลอดจนเลือกรับประทานอาหารและวิตามินบำรุงดวงตาที่มีประโยชน์ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยถนอมดวงตาให้อยู่กับเราไปได้ยาวนาน

    หากคุณกำลังมองหาข้อมูล ความรู้ และเคล็ดลับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในด้านต่าง ๆ สามารถเลือกศึกษาบทความสาระน่ารู้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ MEGA We care เพื่อก้าวสู่การมีสุขภาวะที่ดีร่วมกันอย่างยั่งยืน

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการตาสู้แสงไม่ได้ (FAQs)

    มีอาการตาสู้แสงไม่ได้ แสบตา เกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก ?

    ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะตาแห้งเรื้อรังที่ทำให้ผิวหน้าดวงตาขาดความชุ่มชื้นจนระคายเคืองง่าย รวมถึงพฤติกรรมการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน

    หากมีอาการตาไม่สู้แสง วิธีแก้ในเบื้องต้นควรปฏิบัติตามแนวทางใด ?

    ควรสวมแว่นตากันแดดที่กรองรังสี UV ทุกครั้งเมื่อออกแดด พักสายตาด้วยกฎ 20-20-20 หยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และปรับลดความสว่างของหน้าจออุปกรณ์ดิจิทัล

    สำหรับผู้ที่มีอาการตาไม่สู้แสง กินอะไรดีเพื่อบำรุงและถนอมสายตา ?

    แนะนำการรับประทานผักผลไม้หลากสี หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวิตามินบำรุงดวงตา เช่น ลูทีน ซีแซนทีน วิตามินเอ และสารสกัดจากบิลเบอร์รี่ เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ดวงตา

    อาการตาแพ้แสงมีโอกาสหายไหม หรือเป็นภาวะที่ต้องรักษาตลอดชีวิต ?

    สามารถดีขึ้นหรือหายได้หากมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมหรือสิ่งแวดล้อม แต่หากเกิดจากโรคตาหรือระบบประสาทจำเป็นต้องรักษาที่ต้นเหตุควบคู่กัน

    อัลบั้มภาพ
    Picture of ทีม Mega We care
    ทีม Mega We care

    เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

    ข่าวสุขภาพอื่นๆ

    ตาแห้ง ตาล้า (CVS)

    โรคตา 4 โรคที่คนทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องระวัง!

    ตาแห้ง ตาล้า (CVS)

    ตาล้า ปวดกระบอกตา … ดูแลด้วย ลูทีนและแอสตาแซนธิน

    จอประสาทตาเสื่อม

    ตาแห้ง ตาล้า จอประสาทตาเสื่อม 3 ภัยสุขภาพดวงตาของคนไทยยุคนี้