อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง เหงื่อออกตอนกลางคืน ต้องทำอย่างไร

ฮอร์โมนเพศหญิง

Key takeaway / Summary of topic answer

ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปที่ก้าวเข้าสู่ “วัยทอง” มักเผชิญอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกง่าย นอนไม่หลับ และอารมณ์แปรปรวน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศหญิงลดลง การรับมือกับภาวะนี้อย่างยั่งยืนควรเริ่มจากการปรับไลฟ์สไตล์ เช่น ออกกำลังกาย หางานอดิเรกคลายเครียด นั่งสมาธิหรือโยคะ ควบคู่กับการเสริมสารอาหารจากธรรมชาติที่มีการศึกษารองรับ ได้แก่ สารสกัดจากจมูกถั่วเหลืองที่มีสารไอโซฟลาโวน แบล็กโคโฮส และสารสกัดจากรากวาเลอเรี่ยน (Valerian) ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล

หัวข้อที่น่าสนใจ

    สาเหตุและวิธีแก้ อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิงตอนกลางคืน

    อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง หรือ ร้อนวูบวาบในตอนกลางคืนที่พบบ่อยในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการเมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยทองและมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลให้ในตอนกลางคืนมีอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น อ่อนเพลียในตอนกลางวัน อีกทั้งยังอารมณ์แปรปรวน และหงุดหงิดง่ายอีกด้วย

    สาเหตุอาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง

    อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง หรือ ร้อนข้างในร่างกายเกิดจากอะไร? โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองช่วงอายุ 40-59 ปี สาเหตุหลักมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงมาก สมองจึงได้รับสัญญาณที่คลาดเคลื่อนว่าร่างกายกำลังร้อนเกินไป จึงสั่งการให้ระบายความร้อนเกินจำเป็น ทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบ หน้าแดง และตามมาด้วยการขับเหงื่อเพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งมักเกิดขึ้นได้ทั้งในตอนกลางวันและรุนแรงขึ้นในตอนกลางคืน หลังจากที่อุณหภูมิร่างกายกลับสู่ระดับปกติจะรู้สึกหนาวตามมา หรือที่เรียกว่า อาการร้อนวูบวาบ (Hot Flashes) 

    อย่างไรก็ตาม อาการวูบวาบเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากวัยทองเสมอไป แต่อาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ได้แก่

    • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ (Hyperthyroidism) ต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินไปจะเร่งกระบวนการเผาผลาญและทำให้รู้สึกร้อนตลอดเวลา ควบคู่ไปกับน้ำหนักลด ใจสั่น และเหงื่อออกง่าย
    • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) โดยเฉพาะในตอนกลางคืน เมื่อน้ำตาลในเลือดตกต่ำ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน Adrenaline เพื่อกระตุ้นให้ตับปล่อยกลูโคสออกมา ซึ่งทำให้รู้สึกร้อนวูบ เหงื่อออก และใจสั่น
    • ความเครียดและความวิตกกังวล เมื่อระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ถูกกระตุ้น จะทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบในร่างกายผู้หญิงได้ แม้ยังไม่ถึงวัยทอง
    • ยาและสารบางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิตสูง และแอลกอฮอล์ สามารถกระตุ้นอาการร้อนวูบวาบได้เช่นกัน

    อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง เป็นแบบไหน?

    อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิงที่เกิดจากการลดลงของระดับเอสโตรเจน หรือเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยทอง จะมีอาการที่สำคัญ ดังนี้

    1. ร้อนวูบวาบ (Hot Flashes) เกิดขึ้นได้ทั้งกลางวันและกลางคืน มีอาการร้อนตามตัวและใบหน้า มีเหงื่อออกที่ใบหน้าร่วมด้วย มักจะเป็นประมาณ 3-4 นาที เกิดได้บ่อยในช่วงวัยทองปีแรกที่หมดประจำเดือน หรืออาจมีอาการต่อเนื่องยาวนานไปจนถึง 8-10 ปีหลังจากหมดประจำเดือน
    2. เหงื่อออกมาก เป็นความรู้สึกร้อนที่แผ่จากบริเวณหน้าอกขึ้นไปที่ลำคอและใบหน้า เกิดหลังจากอาการร้อนวูบวาบก่อนจะตามมาด้วยอาการหนาวสั่น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจรบกวนการนอนหลับในตอนกลางคืน 
    3. นอนไม่หลับ หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ หลายรอบในตอนกลางคืน จากการที่ระดับฮอร์โมนเซโรโทนินในสมองลดลง ส่งผลต่อคุณภาพของการนอนหลับ ในบางคนอาจรู้สึกนอนไม่หลับยาวจนถึงเช้า หรือ นอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอและทำให้อารมณ์แปรปรวนมากขึ้น  

    ทำแบบประเมินอาการวัยทองด้วยตัวเอง

    วิธีแก้ปัญหานอนไม่หลับจากอาการร้อนๆ หนาวๆ ตอนกลางคืน 

    อาการร้อนวูบวาบและภาวะร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทอง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศที่ลดลง แม้อาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ อารมณ์ที่แปรปรวน และความหงุดหงิดง่าย แต่การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

    1. ปรับสมดุลฮอร์โมน 

    สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง ในตอนกลางคืนมาจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ที่ส่งผลถึงคุณภาพการนอนหลับ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนนี้จะลดลงตามธรรมชาติ ทางออก คือ การเพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อให้อาการไม่พึงประสงค์บรรเทาลง โดยมีวิธีที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน ได้แก่

    • รับประทานสารสกัดจากจมูกถั่วเหลือง ซึ่งมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) เข้มข้นและมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนธรรมชาติ ช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบ (Hot Flashes)และ อาการเหงื่อออกมากตอนกลางคืนในผู้หญิงวัยทอง รวมถึงช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวดูไม่แห้งกร้านอีกด้วย 
    • การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy – HRT) หากอาการรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณา เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง โดยอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลข้างเคียงตามสุขภาพพื้นฐานของแต่ละบุคคล

    2. ปรับอุณหภูมิร่างกายให้คงที่ 

    การแก้ปัญหาเหงื่อออกในตอนกลางคืน ร้อนวูบวาบ จากการที่ร่างกายระบายความร้อนเกินจำเป็น นอกจากการสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีและนอนในอุณหภูมิห้องที่เหมาะสมแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนนอนจะช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการได้ 

    • อาบน้ำอุณหภูมิปกติก่อนเข้านอน หรืออุ่นเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ร่างกายสะสมความร้อนไว้ก่อนเข้านอน
    • จิบน้ำ โดยวางน้ำดื่มไว้ข้างเตียงเสมอ การจิบน้ำเย็นเมื่อรู้สึกร้อนจะช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายได้ชั่วคราว 
    • รับประทานสารสกัดจากแบล็กโคโฮส (Black cohosh) สมุนไพรที่ช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงวัยทอง มีส่วนช่วยในการเพิ่มสารเซโรโทนินในสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และอุณหภูมิในร่างกาย จึงทำให้อาการร้อนๆ หนาวๆ ดีขึ้น และช่วยลดอาการทางอารมณ์ในวัยทองได้ดี

    3. เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ

    อาการร้อนวูบวาบของผู้หญิง ส่งผลให้นอนหลับยาก อยากนอนแต่นอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก หากมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต สภาวะอารมณ์ และโรคอื่นๆ ตามมา แม้การใช้ยานอนหลับจะมีผลช่วยให้นอนหลับได้โดยตรง แต่อาจมีผลข้างเคียงตามมาโดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว การใช้สารสกัดธรรมชาติจึงเป็นอีกตัวเลือกที่ช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น เช่น สารสกัดจากรากวาเลอเรียน (Valerian) ที่ในปัจจุบันได้มีการยอมรับให้ขึ้นทะเบียนเป็นยาสมุนไพรเพื่อช่วยการนอนหลับ ในประเทศเยอรมนี เบลเยียม ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อเมริกา และอิตาลี ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ไม่ตื่นนอนกลางดึก มีอาการข้างเคียงน้อยกว่ายานอนหลับทั่วไป ไม่ง่วงซึมหลังตื่นนอน และไม่ทำให้เสพติด

      วัยทอง นอนไม่หลับ

      คำถามที่พบบ่อย 

      Q1 : อาการร้อนๆ หนาวๆ แบบไหนที่ควรพบแพทย์

      แม้อาการร้อนๆ หนาวๆ ส่วนใหญ่เกิดจากวัยทองตามธรรมชาติ แต่ควรพบแพทย์ทันทีหาก

      • รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ร่วมกับมีไข้ (อุณหภูมิสูงกว่า 37.5°C ขึ้นไป)
      • มีเหงื่อออกมากในตอนกลางคืนรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 40 ปี
      • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือ อ่อนเพลียผิดปกติ (อาจเป็นสัญญาณของโรคอื่น เช่น ต่อมไทรอยด์ หรือเนื้องอก)
      • อาการร้อนๆ หนาวๆ ส่งผลต่อชีวิตประจำวันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง

      Q2 : อาการร้อนๆ หนาวๆ ของผู้หญิง เกิดตอนอายุเท่าไหร่?

      อาการร้อนๆ หนาวๆ หรือร้อนวูบวาบ ส่วนใหญ่เริ่มต้นในช่วงอายุ 40 – 59 ปี และพบสูงสุดในช่วงหลังหมดประจำเดือน (Postmenopausal) อย่างไรก็ตาม บางรายอาจพบอาการก่อนอายุ 40 ปีจากภาวะรังไข่เสื่อมก่อนวัยอันควร (Premature Ovarian Insufficiency)

      Q3 : อาการร้อนวูบวาบในร่างกายผู้หญิง หายเองได้ไหม?

      หายเองได้ตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆ ลดความถี่และความรุนแรงลงเอง หลังจากร่างกายปรับตัวกับระดับฮอร์โมนใหม่ โดยผู้หญิงวัยทอง 50% มีอาการยาวนานกว่า 7 ปี และ ผู้หญิงวัยทอง 10% มีอาการต่อเนื่องจนถึงอายุ 70 ปีขึ้นไป มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่อาการหายเองได้ภายใน 2–3 ปี

      อ้างอิง

       

      อัลบั้มภาพ
      Picture of ทีม Mega We care
      ทีม Mega We care

      เพื่อนคู่คิดที่พร้อมดูแลสุขภาพแบบองค์รวมไปกับคุณ เรามุ่งมั่นส่งมอบความรู้ที่ถูกต้อง ทันสมัย และผ่านการกลั่นกรองจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ พร้อมถ่ายทอดด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปปรับใช้ดูแลตัวเองและคนที่คุณรักในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การสร้างรากฐานสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

      ข่าวสุขภาพอื่นๆ

      ฮอร์โมนเพศหญิง

      ช่องคลอดแห้ง เกิดจากอะไร สาเหตุและวิธีดูแลความชุ่มชื้นจากภายใน

      ฮอร์โมนเพศหญิง

      เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำมันอีฟนิงพริมโรส

      ฮอร์โมนเพศหญิง

      5 วิธี ชะลอวัย เมื่อวัยทองมาเยือน